เช้าวันรุ่งขึ้น
ไป๋เยวียนออกจากวัดอู๋อัน เตรียมมุ่งหน้าไปยังเมืองหนานหยวน
แม้เขาจะรู้ตำแหน่งคร่าว ๆ แล้ว แต่ก็ยังต้องไปตรวจสอบให้แน่ใจ
เผื่อเกิดความคลาดเคลื่อน จนจางชิงเต้าหาพระพุทธรูปผีไม่พบ เช่นนั้นก็เท่ากับส่งข่าวปลอมน่ะสิ...
ขณะนี้
ไป๋เยวียนมาถึงเชิงเขาของวัดอู๋อัน
“ไม่มีรถหรือ?”
เขากวาดตามองรอบด้าน อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้
ฟ้าเพิ่งสาง หมอกยังไม่จางหายไปหมด เห็นได้ชัดว่ายังเช้าเกินไป ไม่มีใครมาไหว้พระขอพร ย่อมไม่มีแท็กซี่มาจอดรอ
“กลับไปนอนต่ออีกสักหน่อยดีไหม?”
ไป๋เยวียนเคี้ยวคริสตัลผีพลางพึมพำกับตัวเอง
ขณะที่กำลังจะกลับไปงีบต่อ จู่ ๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
“หืม?”
แววตาของเขาหดวูบ มองไปยังม่านหมอกเบื้องหน้า เห็นเงาร่างหลายสายเลือนราง
“คนภูตวิญญาณ?”
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลี้ลับจากคนที่กำลังเดินเข้ามา
แต่ถึงคนที่แข็งแกร่งที่สุดจะมีระดับเพียงสองอักขระ ไป๋เยวียนก็ไม่รู้สึกสนใจอยู่ดี
ขณะที่เขากำลังจะกลับไปพักในวัด กลับได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้น
“ไป๋เยวียน!”
“หืม?”
ไป๋เยวียนชะงักฝีเท้า สีหน้าตะลึงไปชั่วขณะ
เขาหันกลับไปมองพอดี เห็นคนห้าคนวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไกล ๆ
กลิ่นอายของทั้งห้าปั่นป่วน บนร่างมีบาดแผลน่าสยดสยองหลายแห่ง ดูสะบักสะบอมไม่น้อย
แต่คนที่ทำให้ไป๋เยวียนหยุดฝีเท้า คือชายที่วิ่งนำหน้ามา!
อีกฝ่ายสวมถุงมือหนังคน บนร่างก็มีบาดแผลอยู่หลายแห่งเช่นกัน ทว่าสายตาที่มองไป๋เยวียนกลับเปี่ยมด้วยความยินดี
