“เกิดอะไรขึ้น?!”
ลู่อวิ๋นเทียนมองใบหน้าอันแปลกประหลาดของไป๋เยวียน จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เดิมทีเขาคิดจะเตือนอีกฝ่ายสักหน่อย
แต่เห็นนักพรตวิญญาณคำสาปกำลังจดจ่ออยู่ เขาจึงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ
ไม่ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น อย่างไรเสียคราวนี้ไป๋เยวียนก็ต้องตายแน่!
“ตาย!”
ในชั่วขณะนั้น นักพรตวิญญาณคำสาปเปล่งเสียงแผ่วเบา
พลังวิญญาณคำสาปก่อตัวขึ้นทันที ก่อนจะพุ่งเข้าไปในร่างของไป๋เยวียน...
ขณะเดียวกัน พลังอำนาจของนักพรตวิญญาณคำสาปก็แผ่กระจาย ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งแสงสีเขียวเรืองรอง ชวนให้รู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึง!
วินาทีถัดมา
เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้น
ร่างของนักพรตวิญญาณคำสาปที่เพิ่งมีพลังเพิ่มขึ้นปรากฏรอยร้าวในพริบตา จากนั้นแขนขาก็ขาดสะบั้น ก่อนที่ทั้งร่างจะล้มลงกับพื้น...
“หา?”
ลู่อวิ๋นเทียนกับประมุขสำนักไป๋เฉินซานชะงักงัน
ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งคู่มึนงงไปหมด...
การสาปสังหารคนภูตวิญญาณสามอักขระ มีผลข้างเคียงรุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ?
เวลานี้ร่างที่เหลือของนักพรตวิญญาณคำสาปยังคงส่งเสียงครวญครางไม่หยุด แม้แขนขาทั้งสี่จะกลับมาต่อเข้ากับรอยขาดแล้ว แต่กลับไม่ยอมสมานเข้าด้วยกันเสียที
ลู่อวิ๋นเทียนกับอีกคนสบตากัน ต่างก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทั้งคู่พยุงนักพรตวิญญาณคำสาปขึ้นมา ครั้นเห็นสภาพของอีกฝ่าย สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เลือดสีดำไหลออกจากหู จมูก ปาก และดวงตาของนักพรตวิญญาณคำสาป ลมหายใจแผ่วเบา ราวกับกำลังจะสิ้นใจในไม่ช้า...
“นาย...เป็นอะไรไป?!”
