[วันแต่งงาน]
ซูซางถูกเขากอดไว้ในอ้อมแขน ร่างกายสั่นเกร็งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง
นางไม่ได้กอดตอบ แต่ก็ไม่ได้ผลักเขาออกไป
มือของนางห้อยอยู่ข้างกาย ปลายนิ้วแตะชายเสื้อของเขาเบาๆ แล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้น
เชินเหยี่ยนกอดนางอยู่นาน
นานจนกระทั่งเขาจึงจะปล่อยมือด้วยความอาลัย
เขายืดตัวขึ้น ก้มหน้ามองนาง
ใต้แสงเทียน ใบหน้าของนางอ่อนโยนและสงบ สีแดงที่แต้มบนริมฝีปากจางไปบ้างแล้ว เผยให้เห็นสีริมฝีปากที่อ่อนบางตามธรรมชาติ
เชินเหยี่ยนยื่นมือออกไป ถอดปิ่นปักผมที่เหลืออยู่บนเส้นผมของนางออกอย่างเบามือ
ซูซางปล่อยให้เขาทำ นิ่งไม่ไหวติง
ปิ่นอันสุดท้ายถูกถอดออก ผมดำทมิฬสยายลงราวกับน้ำตก กระจายอยู่บนบ่า ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางดูเล็กลง
สายตาของเชินเหยี่ยนหยุดอยู่ที่เส้นผมของนาง นิ้วเรียวสอดผ่านเส้นผมอย่างแผ่วเบา
“ซางเอ๋อ” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน”
ซูซางเงยหน้ามองเขา ไม่พูดอะไร
มือของเชินเหยี่ยนเลื่อนจากเส้นผมของนางลงมาที่แก้มของนาง
“ตั้งแต่แรกที่ข้าเห็นเจ้า” เสียงของเขาเบามาก “ข้าก็อยากมองเจ้าแบบนี้”
ขนตาของซูซางกระพือเล็กน้อย
เชินเหยี่ยนค่อยๆ เชิดหน้าของนางขึ้น
เขาก้มหน้าลง หน้าผากชนกับหน้าผากของนาง ลมหายใจปะปนกันกัน
“ซางเอ๋อ” เสียงของเขาแหบพร้าจนแทบไม่เป็นเสียง “ข้าขอจูบเจ้าได้หรือไม่”
ซูซางไม่ตอบ เพียงแต่หลุบตาลงเล็กน้อย
นี่คือการยินยอมโดยปริยาย
ลมหายใจของเชินเหยี่ยนถี่กระชั้นขึ้นในทันใด เขาค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะทดลองแตะปลายจมูกของนางดู
เมื่อเห็นว่านางไม่หลบ เขาจึงประกบริมฝีปากลงไปเบาๆ
มันเป็นจูบที่บางเบายิ่ง
เบาจนราวกับกลัวว่าจะทำให้หญิงสาวแตกสลาย
ซูซางหลับตา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้น แล้วจึงโน้มตัวเข้าไปหาเขาด้วยตนเอง
ร่างกายของเชินเหยี่ยนแข็งทื่อไปในทันใด
