จางเจียหนานไม่ได้ตื่นตระหนก
ด้วยสัมผัสวารีสีครามบวกกับตาเปล่า ทำให้เขามองเห็นสถานการณ์ข้างนอกได้อย่างชัดเจน
มีคนสามคน สูงหนึ่งคนเตี้ยสองคน หัวหน้านุ่งเสื้อนอกสีเข้ม ในมือกำชะแลงเหล็ก กำลังงัดแงะกุญแจประตูรั้วบ้าน
อีกสองคนที่เตี้ยกว่ายืนอยู่ด้านหลังคอยดูต้นทาง คนหนึ่งถือกระบอง อีกคนถือถุงพลาสติกสีดำ ที่ดูป่องๆ ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร
จางเจียหนานถอยหลังไปสองก้าว ล้วงโทรศัพท์ออกมา กดโทรออกไปยังหมายเลขที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
“ฮัลโหล สถานีตำรวจหมู่บ้านวั่งไห่หรือเปล่าครับ ผมจางเจียหนาน คนที่เคยแจ้งความเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีชายแปลกหน้าสามคนยืนงัดกุญแจอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านผม พวกเขาถือกระบองกับชะแลง รบกวนพวกคุณรีบมาที… ใช่ครับ เร็วหน่อยนะครับ พวกเขากำลังก่ออาชญากรรม! แล้วก็เป็นไปได้ว่าจะเกิดการต่อสู้จนมีคนบาดเจ็บ เพราะงั้นถ้าทำได้ ช่วยเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินมาด้วยนะครับ…”
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสายฟังจบก็พลันตึงเครียดขึ้นมาทันใด “คุณแน่ใจนะครับ พวกนั้นกำลังงัดกุญแจบ้านคุณ?”
“แน่ใจครับ มีสามคน รถตู้สีขาว ป้ายทะเบียนต่างถิ่น ตอนบ่ายเคยแวะมาสำรวจเส้นทาง บ้านผมทางนั้นน่าจะมีที่อยู่นะครับ ตอนจัดการคดีจ้าวเฉียงขโมยของเคยบันทึกเอาไว้”
“ครับ คุณอย่าออกไปนะ หาห้องแล้วล็อกประตูด้านในให้แน่น! พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ อย่างมากสิบนาที… ไม่ สิ แปดนาที!”
จางเจียหนานวางสายแล้ว ในใจกะเวลาอย่างเงียบๆ สถานีตำรวจหมู่บ้านวั่งไห่ขี่มอเตอร์ไซค์มาบ้านเขาก็ประมาณเจ็ดแปดนาที บวกเวลาเตรียมตัวออกรถ สิบนาทีน่าจะพอดี ทางนั้นบอกว่าแปดนาที คงกังวลไม่น้อย เลยจะเร่งมาให้ไว
ปัญหาคือระหว่างแปดนาทีนี้ ถ้าข้างนอกสามคนนั่นงัดกุญแจออกได้แล้วบุกรุกเข้ามาล่ะ
เขามองไปที่ต้าไป๋
ต้าไป๋ลุกขึ้นยืนแล้ว ขนทั้งตัวตั้งชัน ในลำคอข่มเสียงคำรามต่ำเอาไว้ ดวงตาจ้องทิศทางประตูรั้วไม่วางตา ทั้งร่างแน่นขนัดดั่งคันธนูที่ขึงตึง
จางเจียหนานนั่งยองๆ ลง ลูบหัวต้าไป๋เบาๆ แล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันเปิดประตู แกวิ่งออกไปขู่พวกมันนะ ถ้าพวกมันลงมือ แกก็กัดพวกมัน เข้าใจไหม”
