หลังจากนั่งข้างลำธารได้สักพัก ทั้งสี่ก็ค่อย ๆ เดินกลับบ้านด้วยความสบายใจ
“ท่านพี่ ช่วงนี้ข้าดูสีหน้าท่านพี่ดีขึ้นมากแล้ว ขายังปวดอยู่หรือไม่”
เยี่ยจือซ่งแบกผู้เป็นพี่ไว้ พลางถามเสียงเบา
“บางคืนก็ปวดแปลบขึ้นมากวูบหนึ่ง ส่วนกลางวันยังดี”
เยี่ยจือชิวเองก็ไม่รู้ว่านี่นับเป็นข่าวดีได้หรือไม่ แต่ขาของเขาเริ่มมีความรู้สึกเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว
“จริงหรือ แล้วเหตุใดจึงไม่บอกข้า” หลินซีที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินบทสนทนาก็อดเอ่ยปากไม่ได้
เยี่ยจือชิวกลัวว่าตนคิดมากไปเอง จึงไม่กล้าบอกนาง หวั่นทำให้นางมีความหวังท้ายที่สุดก็ต้องผิดหวัง
“ก็แค่ครั้งสองครั้งเป็นพัก ๆ จึงยังไม่บอกเจ้า”
หลินซีคิดในใจ ยาเพิ่งเริ่มดื่ม คืนนี้อาจลองฝังเข็มให้เขาดู
คิดได้ดังนั้นเท้าก็สาวเร็วยิ่งขึ้นอีก
รอจนเยี่ยจือซ่งกับเยี่ยจือซ่วงกลับไปแล้ว หลินซีก็ถือเข็มเงินร้อนใจอยากลงมือฝังเข็มให้เขาโดยพลัน
“ต้องฝังเข็มจริง ๆ หรือ” เยี่ยจือชิวมองดูหลินซี
“ทำไม ไม่เชื่อข้าหรือ”
เยี่ยจือชิวส่ายหน้า “มิได้ ๆ ข้าเพียงกลัวทำให้เจ้าผิดหวัง”
“จะได้ผลหรือไม่ต้องลองดูจึงจะรู้มิใช่หรือ อีกอย่างเจ้าอยากลุกขึ้นยืน เดินเหินได้อย่างคนปกติอีกครั้งหรือไม่เล่า”
เยี่ยจือชิวรีบกล่าว “ข้าปรารถนาเป็นแน่ ทว่า...”
“มีแต่ทว่าได้ที่ไหน รีบพับขากางเกงขึ้นมา ข้าจะบีบนวดให้เจ้าก่อน แล้วจึงฝังเข็ม”
“บีบนวดหรือ”
หลินซีเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของเขา ก็ใจร้อนจัดการพับขากางเกงให้ด้วยตนเอง “ก็เพื่อให้เลือดลมไหลเวียน ป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อลีบ”
