“โอ๋ คุณยายผู้น่าสงสาร!”
ทุกคนถอนหายใจแล้วจึงสนทนาเรื่องอื่นต่อไป
จนกระทั่งยามราตรีคลี่คลุมลึกลง
ผู้คนที่รับประทานอาหารเสร็จเริ่มขมักเขม้นช่วยล้างถ้วยอ่าง
หลินซีและคนอื่น ๆ อยู่ช่วยจนเสร็จสิ้นจึงจากไป
“ท่านพี่สะใภ้ใหญ่ พวกเจ้าจะกลับไปทางหุบผาเล็กหรือว่าจะพักที่เรือนเล็กนี่” เยี่ยจือซ่วงถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
เยี่ยจือชิวถลึงตาใส่เขา “นี่ใช่เรื่องที่เจ้าควรถามหรือ”
“......”
เยี่ยจือซ่วงเบ้ปาก “ข้าเป็นห่วงพวกเจ้าแท้ ๆ ยังมีผิดอีก!”
หลินซีหัวเราะเบา ๆ “พวกเรากลับไปทางหุบผาเล็กเถิด ระยะนี้ไม่ได้กลับไปเลย จะไปจัดการเสียหน่อย”
“โอ!”
หลินตงดูหม่นหมองเล็กน้อยเดินตามหลังพวกเขา หลินซีที่อยู่ด้านหน้าสัมผัสได้
จึงชะลอฝีเท้ารอให้เขาเดินขึ้นมาคู่กัน
“ท่านพี่ มีเรื่องไม่สบายใจหรือ”
หลินตงได้ยินเสี่ยวเม่ยเอ่ยขึ้นข้าง ๆ อย่างกะทันหัน สะดุ้งโหยง
“เปล่า ไม่มี!”
“จริงหรือ”
หลินซีรู้สึกมาตลอดว่าท่านพี่ใหญ่เหมือนมีเรื่องปิดบังนาง
เห็นเขาไม่เต็มใจจะพูดจริง ๆ จึงไม่เซ้าซี้ถามต่อ รอให้เขาอยากพูดค่อยเล่าเอง
กลับถึงเรือนเล็ก หลินซีและเยี่ยจือชิวมุ่งหน้าไปยังหุบผาเล็ก
ส่วนเยี่ยจือซ่ง เยี่ยจือซ่วง และหลินตงพักอยู่ที่เรือนเล็ก
จันทร์ลอยสูงกลางเวหา สาดแสงสว่างไปทั่วหุบผาเล็ก
หลินตงเปิดประตูออกจากห้องอย่างแผ่วเบา มาถึงหน้าครัวก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
หยิบกระต่ายป่าสองตัวและไก่ป่าสามตัวใส่กระบุง เปิดประตูรั้วออกไป