หวังมั่นวิ่งกลับไปยังครัว ใบหน้ายังคงแดงเรื่อ
“หม่านเอ๋อร์เป็นอะไรไป ทำไมถึงไม่สบายหรือ”
หวังจือมองดูสีหน้าน้องสาวที่แดงซ่าน นึกว่านางไม่สบายเนื้อตัว
“ไม่ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะพี่ เพียงแต่……พี่ห้ากับเพื่อนของเขาล้อเล่นจนเกินไป”
หวังมั่นรู้สึกอายจนไม่กล้าเล่าเรื่องเมื่อครู่ให้พี่สาวฟัง จึงเอ่ยบอกไปคร่าว ๆ ว่าเกิดอะไร
“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าออกไปข้างนอกเลย ช่วยตักอาหารอยู่ที่เถิด ข้าจะยกออกไปให้”
เยี่ยจือซ่งเดาได้คร่าว ๆ ว่าเรื่องอะไร จึงรีบเรียกหวังมั่นเอาไว้ พร้อมส่งทัพพีในมือให้นาง
“เจ้าค่ะ ท่านสี่”
หวังมั่นรับทัพพีมา แล้วช่วยพี่สาวตักซุปหัวไชเท้าและเนื้อแกะใส่อ่าง
“พี่เจ้าคะ วันนี้ดูเหมือนแขกข้างนอกจะมากเหลือเกิน พวกเรา……”
หวังมั่นถูกเซี่ยจืออันทำให้ตกใจเมื่อครู่ ก็ไม่กล้าออกไปอีก
หวังจือมองดูนางที่ดูหวาดหวั่น “เช่นนั้นเดี๋ยวพวกเราไปตามซวงเอ๋อร์เถิด นางนั่งตรงไหน พวกเราก็นั่งตรงนั้น”
“อื้ม”
ไม่นานนัก ซวงเอ๋อร์กับพวกนางก็กลับมาจากบ้านของหลี่ชุ่ยอวิ๋น
“พี่อาจือ พี่ม่านเอ๋อร์”
ได้ยินเสียงของเยี่ยซวง หวังมั่นก็โผล่ศีรษะออกมาจากครัว
“ซวงเอ๋อร์ พวกเราอยู่นี่”
เยี่ยซวง โฉเสี่ยวเจวียน หลี่ชุ่ยอวิ๋น พาโกวเอ่อร์มาด้วยกัน
“พวกเจ้าทำไมเพิ่งมาตอนนี้เล่า ของเก็บเรียบร้อยหรือยัง”
หวังจือมองพวกนาง แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าก็จะย้ายมา ใช่สิ อาจือ ในห้องของเจ้ากับหม่านเอ๋อร์ยังพอจะวางเตียงเพิ่มได้สักหลังหรือไม่” หลี่ชุ่ยอวิ๋นหันไปถามหวังจือ
