ยามเช้า ฟ้าสางเพียงรำไร
เยี่ยจือชิวค่อย ๆ ยกขาข้างหนึ่งที่พาดอยู่บนตัวเขาออกอย่างระมัดระวัง ระยะนี้เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าขาทั้งสองข้างเริ่มมีความรู้สึกแล้ว
โดยเฉพาะยามค่ำคืนขณะหลินซีหลับอยู่ จู่ ๆ ขาข้างหนึ่งก็พาดลงบนตัวเขา ซึ่งเขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน
เขาหันหน้ามองสตรีข้างกายด้วยแววตาแน่วแน่ ใบหน้าเล็กขาวผุดผ่อง ขนตาหนางอนยาว มืออดไม่ได้ที่จะยื่นไปแตะจมูกโด่งเล็กงามนั้น
หลินซีกำลังหลับสนิท รู้สึกคันที่จมูกจึงยกมือเกา แล้วพลิกตัวนอนต่อ
เยี่ยจือชิวยิ้มเงียบ ๆ ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ดึงเก้าอี้ล้อเลื่อนที่อยู่ข้างเตียงอิฐเข้ามา ใช้กำลังแขนทั้งสองพยุงตัวขึ้นนั่งบนเก้าอี้
เพิ่งออกจากประตูเรือนหลัก ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวนอกประตูใหญ่ เขารู้สึกสงสัยจึงเข็นเก้าอี้ไปทางประตูรั้ว
เมื่อเขาเปิดประตูออก ก็พบว่ามีตะกร้าไม้ไผ่วางอยู่บนพื้น
เมื่อมองออกไปนอกประตูอีกครั้ง ก็ไร้ซึ่งผู้คน
นี่ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าใดแล้ว ที่มีคนนำของกินมาวางไว้หน้าบ้านของพวกเขา
ผู้ใดกันที่แอบช่วยเหลือสองสามีภรรยาอยู่เบื้องหลัง?
เยี่ยจือชิวคิดทบทวนผู้คนทั้งหมดที่เขารู้จัก ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
เขาเปิดใบหลิวที่ปิดอยู่บนตะกร้าออก ด้านในมีข้าวหยาบและแป้งเกาเหลียงถุงเล็กหนึ่ง มีเกลือและน้ำมันหมูอีกครึ่งกระปุกเล็ก ที่เหลือเป็นผักป่าที่พบเห็นได้ทั่วไปในภูเขา บนนั้นยังมีน้ำค้างเกาะอยู่ ดูก็รู้ว่าเพิ่งขุดมาตอนเช้าตรู่ก่อนฟ้าสาง
