"ท่านแม่!"
"ท่านแม่!" หลินซีลุกขึ้น เข็นเก้าอี้ล้อเลื่อนของเยี่ยจือชิวหันกลับมาที่กลางลานบ้าน เหล่าซื่อและเหล่าอู่ก็ตามพวกเขามาติดๆ
"ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมกลับบ้าน กลับมาถึงนี่ลอบกินเนื้อกันหรือ?"
เหล่าอู่เยี่ยจือซ่วงรีบอธิบาย "ท่านแม่ พวกเราไม่ได้ลอบกินนะขอรับ กระต่ายตัวนี้เป็นท่านพี่สะใภ้ใหญ่จับได้ ไม่ใช่พวกเราล่า"
หญิงชราเยี่ยไม่สนใจเขา "เจ้าว่าไม่ใช่พวกเจ้าล่า ก็ไม่ใช่พวกเจ้าล่าหรือ ใครเป็นพยานได้?"
"เอามา! ไม่ว่าใครล่า นี่ก็เป็นของสกุลเยี่ยของข้า"
เยี่ยจือชิวยกเนื้อกระต่ายป่าที่ใกล้สุกแล้วขึ้นมา วางไว้ด้านข้าง
"ท่านแม่ พวกเราแยกครัวเรือนกันแล้ว กระต่ายป่าตัวนี้เป็นของพวกเรา เหตุใดท่านถึงจะเอาไปก็เอาไป อยากกินเนื้อหรือ? ได้ ท่านไปจับเองหรือเอาเงินมาซื้อ ที่บ้านพวกเรามีกระต่ายป่ามากมาย จะขายให้ท่านสักตัว"
"ไอ้สัตว์เดรัจฉาน เจ้าคิดจะเอาคืนข้าคนนี้ที่เลี้ยงเจ้าเสียเปล่าหรือ ถึงให้ข้าออกเงินซื้อ"
เยี่ยจือชิวสีหน้าเย็นชาเอ่ยว่า "หลายปีมานี้ที่เลี้ยงข้าคือท่านปู่ท่านย่าของข้า ข้าอยู่ที่สกุลเยี่ยอย่างมากก็สามปี สามปีมานี้มีวันไหนบ้างที่ข้าไม่นำเงินกลับมาให้ที่บ้าน?"
"เหอะ พอแยกครัวเรือนก็เก่งขึ้น กล้าเถียงข้าคนนี้หรือ?"
"จะว่าไปเรื่องตอบแทนบุญคุณการเลี้ยงดูพวกท่าน ในสามปีนี้เงินที่ข้าให้ที่บ้านถ้าไม่มีหนึ่งร้อยตำลึงก็คงมีแปดสิบตำลึงแล้วกระมัง? ท่านไม่จดจำไม่เป็นไร สมุดบัญชีในห้องข้าจดไว้ชัดเจน หากท่านยังไม่พอใจ เราเรียกชาวบ้านเพื่อนบ้านทุกคนมาช่วยตัดสินความกันเสียเลยดีหรือไม่ หรือไม่เช่นนั้นเราไปที่ว่าการอำเภอ หรือที่ว่าการอำเภอเมือง เชิญท่านผู้พิพากษาผู้เที่ยงธรรมมาช่วยตัดสินให้ก็ได้"
