เสี่ยวเอ้อนำนางมายังหน้าเคาน์เตอร์ตัวหนึ่ง
“ด้านในเป็นผ้าปูที่นอน ส่วนผ้าห่มสำเร็จรูปมีเพียงไส้ฝ้ายที่เย็บแล้ว ยังต้องสวมปลอกผ้าห่มอีกชั้นหนึ่ง”
“เช่นนั้นผ้าห่มผืนหนึ่ง พร้อมปลอกผ้าห่มและผ้าปูที่นอนสองชุด รวมราคาเท่าใด?” หลินซีล้วงถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ
“ผ้าห่มผืนหนึ่งหนักหกชั่งขึ้นไป ฝ้ายหนึ่งชั่งราคา 30 อีแปะ ผ้าห่มรวมค่าแรงเป็นเงิน 280 อีแปะ ผ้าปูที่นอนและปลอกผ้าห่มสองชุด หากใช้ผ้าป่านราคา 300 อีแปะ ผ้าฝ้ายจะแพงกว่าราว 600 อีแปะ”
หลินซีกัดฟันตัดใจ “ข้าเอาผ้าฝ้าย!”
“เช่นนั้นรวมเป็นเงิน 880 อีแปะ!”
“รวมเสื้อผ้าสี่ชุดกับรองเท้าผ้าสองคู่เข้าไปด้วย เจ้าคำนวณราคาทั้งหมดให้ข้าที”
เสี่ยวเอ้อมองผู้ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “เจ้า...เจ้าหมายถึงอาภรณ์บุรุษและอาภรณ์สตรีสองชุดเมื่อครู่หรือ?”
“ใช่ รบกวนเจ้าช่วยคำนวณให้ข้าที ข้ากำลังรีบ”
“อ้อ ได้! ได้ เชิญท่านรอสักครู่”
เสี่ยวเอ้อเร่งรุดไปยังหน้าเคาน์เตอร์ กวัดแกว่งลูกคิดในมือ
“ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน 880 อีแปะ อาภรณ์บุรุษ 580 อีแปะ อาภรณ์สตรี 570 อีแปะ รวมรองเท้าผ้าสองคู่ 40 อีแปะ ทั้งหมด 2070 อีแปะ คือสองตำลึงเงินกับอีก 70 อีแปะทองแดง”
“พ่อหนุ่ม ลดให้ข้าสักหน่อย คราวหน้าข้าจะกลับมาอุดหนุนเจ้าอีก”
สตรีชุดเหลืองคล้ายได้ยินเรื่องตลกอย่างยิ่ง “ข้าก็บอกแล้ว นางจะมีเงินมากมายซื้อเสื้อผ้าและฝ้ายได้อย่างไร! หลินซี ไม่มีเงินก็อย่าเสแสร้ง รีบไสหัวออกไป”
“เจ้าทราบได้อย่างไรว่าข้าไม่มีเงิน?” หลินซีหันกลับไปถามสตรีที่เอ่ย
