หญิงชราเยี่ยมิใช่ถูกพี่ใหญ่ขัดคำสั่งเช่นนี้เป็นครั้งแรก นางโกรธจนต้องยกมือทาบอก
“ได้ ข้าเห็นแก่ความไร้หัวใจของเจ้า เจ้าดูถูกสายเลือด ต่อไปอย่ามาขอร้องเราล่ะ” พูดจบก็บ่นสาปแช่งพึมพำเดินจากไป
เยี่ยจือซ่งมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของนาง เวลาผ่านมานานปานนี้ หากจะบอกว่าไม่เศร้าเสียใจก็คงโกหก
เด็กคนไหนบ้างเล่าที่ไม่หวังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมหน้าเปี่ยมสุข
พ่อแม่เอ็นดูลูก ลูกกตัญญูอยู่ในโอวาท
ทว่าน่าเจ็บใจที่เมื่อถึงตาเขา
.......
เมื่อมิอาจหามาได้ ก็จะไม่ไปใฝ่ฝันถึงสิ่งที่มิใช่ของตนอีก
ตัดขาดกับพวกเขา นอกจากที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดูตามสมควรแล้ว ต่อให้แค่อีแปะเดียวก็จะไม่ให้เพิ่ม
เสี่ยวหนีชิวร้องครางเบาๆ ครั้งหนึ่ง เรียกสติเยี่ยจือชิวที่กำลังเหม่อลอยกลับมา
“เจ้าหิวงั้นหรือ?” เยี่ยจือชิวยื่นมือไปลูบหัวมัน
“โฮก!”
หมาป่าน้อยคล้ายตอบรับเขา แล้วร้องอีกครั้ง
“ไป พวกเรากลับถ้ำ ข้าจะไปเอาเนื้อฝอยมาให้เจ้ากิน”
เยี่ยจือชิวอุ้มมันออกมาจากตะกร้า ไปที่ประตูรั้วแล้วลงกลอนจากด้านใน
หลังจากตรวจดูทั่วลานบ้านแล้ว จึงอุ้มเสี่ยวหนีชิวจากห้องฟืนเข้าปากทางไปยังหุบผาเล็ก
ในหุบเขา หลินซีกำลังตากสมุนไพร
“กลับมาแล้ว! ทางนู้นเสร็จงานแล้วหรือ?”
หลินซีหันกลับไปเห็นคนที่มา เห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดีนัก
เยี่ยจือชิวเงยหน้าขึ้นยิ้มให้หลินซี “เสร็จเกือบหมดแล้ว เหลืออีกนิดหน่อยเดี๋ยวบ่ายค่อยจัดการ ขอข้าไปทำอาหารเที่ยงก่อน!”
วางเสี่ยวหนีชิวลงข้างๆ หลินซีแล้ว เยี่ยจือชิวไปที่ริมธารน้ำล้างมือ แล้วเดินไปทางครัวด้านข้าง
