เดิมทีหญิงชราเยี่ยคิดจะก่อความวุ่นวาย ชักนำให้คนในหมู่บ้านมารวมตัวกันที่หน้าประตู เพื่อให้ชายชราต้องเกรงหน้าตาแล้วไม่ถือสาหาความนาง
แต่ใครจะรู้ว่า เมื่อร่ำไห้คร่ำครวญไปครู่ใหญ่ ผู้คนที่มุงดูมองแค่สองตาก็แยกย้าย สร้างความผิดคาดให้กับนางยิ่งนัก
คนพวกนี้ไม่ชอบดูเรื่องสนุกสนานแล้วหรือไร?
แม้แต่บุตรสะใภ้สองคนที่ตามปกติเชื่อฟังนางทุกอย่างก็ยังหลบอยู่ในเรือนไม่ออกมา
แบบนี้จะหาทางลงจากเวทีได้อย่างไร?
หญิงชราเยี่ยเองก็เริ่มเป็นทุกข์
"เจ้าอย่าร่ำไรอีกเลย รีบอธิบายให้ข้ากระจ่างแต่เนิ่นๆ ว่าเงินใช้ไปที่ใด มิเช่นนั้นแม้เจ้าตะโกนโวยวายจนฟ้ามืด ข้าก็จะไม่มีวันให้อภัย"
"........"
เมื่อรู้ว่าตนเองไร้หนทางชนะ หญิงชราเยี่ยจึงลุกขึ้นจากพื้น ปัดฝุ่นที่ก้นกางเกงออก
พลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ "เงินนอกจากกินดื่มแล้ว ข้ายังเอาไปให้ทางบ้านเดิม ให้น้องชายคนที่สี่"
"เจ้าใช้เงินที่ข้าหาได้ไปให้ตระกูลแม่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ เจ้าช่างเก่งกาจนักนะ แก่แล้วไม่รู้จักยับยั้ง!"
เมื่อหญิงชราเยี่ยได้ยินชายของตนด่าว่า นางก็บันดาลโทสะขึ้นมาเช่นกัน
"ข้าไม่ได้เอาไปให้เปล่าๆ ข้าเพียงคิดถึงเรื่องจองตัวบุตรสาวคนเล็กของเขามาให้เหล่าซื่อล่วงหน้า"
"บุตรสาวของน้องชายเจ้า? นางอายุยังน้อยนิดเดียว!"
"หลังปีใหม่นางก็จะปักปิ่นแล้ว บุตรสาวคนนั้นเจ้าก็เคยเห็น ทั้งหน้าตางดงามและว่านอนสอนง่าย อีกทั้งยังมีแรงทำงานในไร่นาไม่น้อย"
ชายชราเยี่ยหวนคิดถึงบุตรสาวคนนั้นที่เคยพบ หน้าตาก็คลับคล้ายคลับคลาหญิงชราเยี่ยเมื่อครั้งยังสาว นับว่างดงามพอสมควรทีเดียว
เพียงแต่อายุยังน้อยเกินไปหน่อย เหล่าซื่อสิบแปดปีแล้วหน่อย เด็กสาวนั่นเพิ่งสิบห้า...
