หลังจากจับชีพจรให้เมียซานเสร็จและกำชับอีกสองสามประโยค หลินซีก็ตามเยี่ยซวงและโฉเสี่ยวเจวียนเดินไปยังเรือนเล็กทางใต้
พวกสตรีที่นั่งคุยกันอยู่ในหมู่บ้านเห็นสามคนจากสกุลเยี่ยเดินออกมา ก็ยิ้มถามหญิงชราเยี่ยที่อยู่ข้าง ๆ
“ท่านสะใภ้ต้าซู่ ดูเอาเถิด บุตรสะใภ้ใหญ่ บุตรสาว และหลานสาวของบ้านท่าน งามกันขึ้นทุกคน ราวกับนางฟ้า ไม่รู้เลี้ยงดูกันอย่างไร!”
“นั่นสิ โดยเฉพาะหลานสาวของท่าน ช่างงดงามยิ่งนัก!”
ผู้พูดคือท่านอาคนหนึ่งในหมู่บ้าน ที่บ้านมีบุตรชายยังไม่ได้แต่งงานอยู่สองสามคน
หญิงชราเยี่ยยิ้มอย่างภูมิใจ “เสี่ยวเจวียนของข้านางอุปนิสัยดี แถมยังรูปงาม! เชื่อฟังและกตัญญู เป็นเด็กดี”
“จริงสิ ข้าน้อยไม่เคยรู้เลย เหตุใดท่านจึงพาหลานสาวมาที่หุบเขานี้เล่า แล้วบิดามารดาของนางเล่า?” มีบุตรสะใภ้ขี้สงสัยคนหนึ่งเอ่ยถาม
หญิงชราเยี่ยถูกถามเช่นนั้น สีหน้าจึงค่อนข้างกระอักกระอ่วน แต่ก่อนนางมักบอกว่าเป็นภรรยาที่หาไว้ให้เหล่าซื่อ แต่บัดนี้เหล่าซื่อไม่ยินยอมนัก หากยังพูดเช่นนั้นอีกคงเสียชื่อเสียงของเสี่ยวเจวียน
“เฮ้อ ที่บ้านน้องชายข้าแร้นแค้นนัก บุตรชายก็ใกล้ถึงวัยแต่งงานแต่ยังหาภรรยาไม่ได้ ภรรยาน้องชายจึงคิดจะขายเสี่ยวเจวียนเพื่อนำเงินมาแต่งเมียให้บุตร ข้าจะทนดูพวกเขาปฏิบัติต่อเด็กเช่นนั้นได้อย่างไร จึงตัดสินใจพาเสี่ยวเจวียนออกมา อยู่กับข้าลำบากอย่างไรก็ยังมีข้าวให้กินสักมื้อ ยังดีกว่าถูกขายให้กับ.......”
