เยี่ยเหวินแสดงสีหน้ากังวลเล็กน้อยเอ่ยว่า “จือชิว พวกเขาเป็นใครหรือ?”
“ท่านอาอาเหวิน พวกเขาเป็นครอบครัวที่พวกเราซื้อมา.......”
เยี่ยจือชิวเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้เยี่ยเหวินฟังโดยละเอียด
“เช่นนั้น พวกเขาก็จะอยู่กับพวกเราที่นี่ต่อไปหรือ?”
เยี่ยเหวินและคนอื่น ๆ ฟังจบแล้ว ต่างพากันเห็นใจครอบครัวนี้ยิ่งนัก
เยี่ยจือชิวพยักหน้า “ใช่ ต่อไปโรงเลี้ยงไหมและโรงเย็บปักของซวงเอ๋อร์และเสี่ยวเจวียนจะต้องขยับขยาย ถึงตอนนั้นคนในหมู่บ้านพวกเราก็จะมีหนทางทำมาหากินเพิ่มอีกทาง พี่ตงที่ไปเมืองหลวงกับสหายครั้งนี้ก็ไปเจรจาการค้า หากเจรจาสำเร็จ....... ต่อไปพวกเราก็จะได้เลี้ยงไหม ทอผ้า และทำเครื่องเย็บปักอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ส่วนเรื่องการขายก็ให้พี่ตงกับสหายเป็นคนจัดการ พวกเราแค่รับผิดชอบจัดหาสินค้า ดังนั้นครอบครัวสี่คนนี้จะได้ช่วยซวงเอ๋อร์และเสี่ยวเจวียนดูแลกิจการโรงงาน”
เยี่ยจือชิวเล่าแผนการในอนาคตให้เยี่ยเหวินฟังทั้งหมด
พูดจบยังให้เยี่ยเหวินดูสัญญาขายตัวของทั้งสี่คนด้วย
“ได้ เรื่องนี้เจ้ามีแผนในใจก็พอ คนที่เจ้านำกลับมา ข้าเชื่อใจอยู่แล้ว เรื่องในหมู่บ้านข้าจะไปบอกเอง ส่วนเรื่องโรงงาน....... พวกเจ้ายังจะใช้ลานบ้านของชุ่ยอวิ๋นอยู่หรือไม่? จะไม่สะดวกหรือเปล่า?”
เยี่ยเหวินคิดถึงเรื่องที่เยี่ยต้าจ้วงเคยรังแกชุ่ยอวิ๋น หากเกิดเรื่องขึ้นอีก.......
เยี่ยจือชิวครุ่นคิดอย่างละเอียด สายตาเหลือบไปทางเรือนสองหลังที่เดิมเป็นของหลี่ชุ่ยอวิ๋นและยายเฉิน
