“เที่ยงนี้เราทำปลาหมาล่าลวกผัก ทานคู่กับขนมเปี๊ยะง่าย ๆ ก่อนเถิด ยามเย็นค่อยไปที่หุบผาเล็ก ตรงนั้นร่มเย็น ค่อยจัดสำรับดี ๆ สักมื้อ!”
หลินซีเดินออกมาจากศาลาริมน้ำ เยี่ยจือชิวกลัวแดดกล้าจะแผดเผานาง จึงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ ยกหมวกฟางของตนขึ้นบังเหนือศีรษะนาง ช่วยกรองแสงตะวันให้
“ได้ พี่สะใภ้ใหญ่ว่าจะกินสิ่งใด พวกเราก็กินสิ่งนั้น พวกข้ามิใช่เด็กเล็กที่เลือกกินเสียหน่อย”
เหล่าซื่อยกถังใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยปลาและกุ้งไปยังชายคาครัว เทใส่ลงในอ่างไม้
หลินซีเดินไปหยิบปลาตัวใหญ่ก้างน้อยขึ้นมาตัวหนึ่ง “เช่นนั้นข้าเก็บสิ่งเหล่านี้ก่อน เกรงว่าวางทิ้งไว้ถึงบ่ายคงตายเพราะความร้อนหมด”
เยี่ยจือซ่งเงยหน้าขึ้นมองใต้ศาลา ยังเห็นเซี่ยจืออันเอาแต่นั่งกินแตงโม
“ได้ พี่สะใภ้ใหญ่รีบเก็บเถิด อีกครู่ข้าจะช่วยก่อไฟหุงหา”
หลินซีส่ายหน้า “ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นหรอก อีกครู่ใช้เตาอั้งโล่ต้มปลาก็พอ นั่งเฝ้าหม้ออยู่ ไยเจ้ามิร้อนเล่า!”
นางหัวเราะเบา ๆ “เร็วเข้า ล้างมือมากินแตงโมกัน เพิ่งเอาออกมาจากน้ำแข็ง ทั้งเย็นทั้งหวาน อร่อยนัก!”
เมื่อครู่หลินซีหั่นพลางชิมไปบ้างแล้ว มันสุกดีแล้ว หวานและชุ่มฉ่ำ นี่คือผลไม้จากธรรมชาติล้วน ๆ ไร้ซึ่งยาฆ่าแมลงและสารเร่ง
“ได้ เช่นนั้นพี่สะใภ้ใหญ่ก็รีบมาด้วย”
“ได้!”
หลินซีไปเอาถ่านมาจากห้องฟืน ก่อไฟในเตาอั้งโล่ แล้วยกหม้อดินเผาทรายใบใหญ่กว่าปกติขึ้นตั้ง เติมน้ำจนเต็ม ค่อย ๆ รอให้น้ำเดือด
ปลาที่หยิบมาเรียกเยี่ยจือชิวมาช่วยแล่เป็นชิ้นบาง ๆ