หลังจากขึ้นรถ ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านล้อมรอบถังเจินทันที ในที่สุดเธอก็รู้สึกอุ่นขึ้นมาหน่อย
เหรินเหยียนจิงไม่ได้ออกรถทันที เขาเอียงคอมองถังเจิน สายตากวาดผ่านเรียวขาเรียบเนียนของเธอ “ทำไมใส่เสื้อผ้าน้อยจัง”
ถังเจินกระพริบตาปริบ ๆ ดวงตาคู่สวยของเธอชุ่มฉ่ำ ขนตายาวมากและหนาแน่น เวลากระพริบตาเหมือนแปรงเล็ก ๆ ปัดผ่านหัวใจของเหรินเหยียนจิง “เพราะวันนี้เป็นเดทแรกของเรานี่คะ ฉันอยากแต่งตัวให้สวยที่สุด ให้คุณจดจำไปตลอด”
เหรินเหยียนจิงชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอสวยดีอยู่แล้ว ครั้งหน้าลองใส่เสื้อผ้าเพิ่มอีกหน่อย หรือไม่ก็ไปรอในร้าน”
ถังเจินแปลกใจเล็กน้อย พูดกับ 000 ว่า “พระเอกเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้เลยเหรอ”
[ใช่แล้ว พระเอกอย่างน้อยก็เป็นคุณชายไฮโซ การอบรมสั่งสอนดีมาก สุภาพกับผู้หญิงทุกคน]
อ้อ ที่แท้เป็นเพราะมารยาทและการอบรมสั่งสอนนี่เอง
ทำยังไงดีล่ะ พอคิดว่าพระเอกแบบนี้ถูกลิขิตให้เป็นของนางเอกแล้ว ใจมันก็รู้สึกไม่สบายแปลก ๆ พระเอกเป็นคนอ่อนโยนอยู่แล้ว พอได้คบกับตัวร้ายหญิงก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบมากขึ้น เป็นแฟนในอุดมคติของสาว ๆ ทุกคน
เธอก็เหมือนคนปลูกต้นไม้รุ่นก่อน แต่คนที่ได้ร่มเงากลับไม่ใช่เธอ หากเป็นคนต่อไป
ดีที่หลังจากทำภารกิจเสร็จ เธอสามารถเปลี่ยนตัวตนเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ก่อนจะเข้ามาในหนังสือ เธอจมน้ำเสียชีวิตเพราะช่วยเด็กที่ตกน้ำ การได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งก็ถือเป็นกำไรแล้ว
หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัย เหรินเหยียนจิงก็สตาร์ทรถสปอร์ตอย่างรวดเร็ว ภายในรถมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ได้หอมฉุน แต่มีรสนิยมมาก อย่างน้อยถังเจินก็ไม่เคยได้กลิ่นน้ำหอมคล้าย ๆ แบบนี้จากที่อื่นมาก่อน
ต้องยอมรับว่าเหรินเหยียนจิงมีรสนิยมดีมาก
เธอวางมือไว้ที่ตำแหน่งเข็มขัดนิรภัย “ตอนนี้เราจะไปไหนกันคะ”
เหรินเหยียนจิงชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง “ไปกินข้าวก่อน”
ในรถไม่มีเสียงดนตรี ไม่รู้ว่าเหรินเหยียนจิงลืมหรือไม่ชอบ ภายในรถมีเพียงเสียงลมหายใจเงียบงันของคนทั้งสอง
ถังเจินกับพระเอกรู้จักกันได้ไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ไม่ถึงขั้นสนิทสนม เวลาที่ไม่มีอะไรจะพูดก็น่าอึดอัดอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยถังเจินก็รู้สึกอึดอัด
ดีที่ร้านอาหารมาไม่ไกลนัก
ที่นี่เป็นร้านอาหารโฮมเมดส่วนตัวที่เงียบสงบ การรักษาความเป็นส่วนตัวดีมาก ตกแต่งในสไตล์คลาสสิก ทันทีที่ก้าวเข้าร้านอาหารโฮมเมด ก็เหมือนก้าวเข้าสู่อีกโลกอันสงบสุข
ในโลกนี้มีเสียงน้ำไหล อากาศมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องหอม พนักงานเสิร์ฟเดินผ่านไปมาอย่างเงียบ ๆ ถังเจินมองเห็นดาราหนุ่มที่กำลังโด่งดังคนหนึ่ง เขามีสาวมาด้วย หน้าตาของสาวดูอ่อนโยน ดูไม่เหมือนคนในวงการ
บางทีที่เธอมัวแต่นินทาดารานานเกินไป สายตาจับจ้องที่ดาราหนุ่มคนนี้นานหน่อย เหรินเหยียนจิงจึงจับข้อมือเธอ ดึงเข้ามาใกล้ตัวเล็กน้อย พร้อมเตือนว่า “ดูทางดี ๆ”
เขาแค่จับแค่วินาทีเดียวก็ปล่อย ถังเจินละสายตาจากดาราหนุ่ม มองไปที่ข้อมือของตัวเอง เหมือนไออุ่นจากมือผู้ชายยังคงหลงเหลืออยู่บนนั้น
เธออดไม่ได้ที่จะบ่นกับ 000 “ฉันเดินดี ๆ ทำไมเขาอยู่ ๆ มาจับฉันล่ะ”
[……ใครจะรู้เล่า เด็กประถมเรื่องความรักคาดเดาจิตใจไม่ได้หรอก]
“ดาราหนุ่มคนนั้นก็หล่อนะ”
[ไม่หล่อเท่าพระเอกหรอก]
นั่นสินะ พระเอกถือได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของหล่อเลยทีเดียว
หลังจากสั่งอาหารเสร็จ ระหว่างรออาหารมาส่ง ถังเจินก็ได้รับภารกิจสองอีกครั้ง
ภารกิจสอง: ระหว่างกินข้าว มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเอกสามครั้ง
“ตั้งสามครั้งเชียวเหรอ เยอะไปป่าว” ถังเจินบ่น
[ไม่เยอะเลยสักนิด เจินเจินตัวน้อยต้องทำได้สบายมากแน่ ๆ]
[เจินเจินตัวน้อย สู้ ๆ นะ รักจ้ะ~~~ เธอเก่งที่สุดเลย~~~]
ระบบนี้ พูดจาหวานหูเสียจริง โดนหว่านล้อมด้วยถ้อยคำหวาน ๆ ไม่นาน ความไม่พอใจของถังเจินก็ถูกระบบปลอบจนหาย
แม้จะมีแค่สองคนกินข้าว แต่เหรินเหยียนจิงสั่งมาถึง 8 อย่าง ครึ่งหนึ่งเป็นของถังเจิน ครึ่งหนึ่งเป็นของเหรินเหยียนจิง
ถังเจินชอบกินเผ็ด
เหรินเหยียนจิงชอบกินรสอ่อน ๆ
พอคิดว่าภารกิจที่เธอกำลังทำอยู่ก็เพื่อทำให้พระเอกเป็นแฟนที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็ยกให้นางเอกฟรี ๆ ถังเจินก็เกิดความคิดเจ้าเล่ห์อยากแกล้ง
จานแรกที่มาเสิร์ฟคือเอ็นวัวตุ๋นพริก ใส่พริกเยอะไม่น้อย จานนี้ไม่เกี่ยวกับรสอ่อน ๆ เลย หนักมันหนักเกลือ เหรินเหยียนจิงไม่ชอบแน่ ๆ แต่ถังเจินชอบมาก
เธอใช้ตะเกียบสะอาดคีบเอ็นวัวชิ้นหนึ่ง ยื่นแขนไปตรงหน้าเหรินเหยียนจิง เธอส่งเสียง “อ้า” พร้อมบอก “อ้าปาก”
เหรินเหยียนจิงมองมือเนียนนุ่มตรงหน้า ผิวมือเธอขาวมาก ขาวจนรู้สึกโปร่งแสง เล็บขัดมาอย่างเรียบเนียน จมูกเล็บสีชมพู เป็นมือที่สวยมาก
เขาปฏิเสธเรียบ ๆ “ผมไม่กินเผ็ด”
ถังเจินถูกปฏิเสธก็ไม่ท้อ เธอกระพริบตาปริบ ๆ “แต่ฉันชอบกินเผ็ดนะคะ คุณไม่อยากลองชิมสิ่งที่ฉันชอบบ้างเหรอ”
“คุณเป็นแฟนฉันนะ”
“วันนี้เป็นวันที่สามที่เราคบกัน คำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้คุณก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับฉันหน่อยเหรอ”
“ฉันจะเสียใจจริง ๆ นะ”
ถังเจินอ้อนเก่งมาก ดวงตาเธอชุ่มฉ่ำ เหมือนตาลูกกวาง ข้างในระยิบระยับด้วยประกายน้ำ สะท้อนเงาเหรินเหยียนจิงอยู่ก้นตา
“ถ้าเป็นของที่คุณชอบกิน แต่ฉันไม่ชอบกิน ฉันก็ยอมลองเหมือนกันนะ”
“ลองหน่อยนะ นะคะ”
เหมือนทนเสียงเจ๊าะแจ๊ะของเธอไม่ไหว เหรินเหยียนจิงเอื้อมมือจะรับตะเกียบ แต่ถังเจินไม่ยอม เธอรีบชักตะเกียบกลับ “คุณอ้าปาก ฉันป้อนให้กิน...”
เหรินเหยียนจิง “...” เขาไม่เคยถูกใครป้อนอาหารมาก่อนจริง ๆ ถ้าคนที่ทำแบบนี้ตอนนี้เป็นคนอื่น เขาคงปฏิเสธอย่างเย็นชาไปนานแล้ว แต่คนตรงหน้าคือแฟนสาวของเขา
แฟนสาว ยังไงก็ต่างจากคนอื่น
ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่สามนาที สุดท้ายเขาก็อ้าปากกิน
เคี้ยวไปสองที รู้สึกว่าไม่ได้เผ็ดอย่างที่คิด
ถังเจินเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่แอบกินของชอบสำเร็จ ยิ้มอย่างน่ารักน่าเอ็นดู จนเหรินเหยียนจิงมองเธอแวบหนึ่ง
เธอดูภารกิจสอง เป็นไปตามคาด ความคืบหน้าภารกิจสอง (1/3)
เหลืออีกสองครั้ง
จานที่สองที่มาเสิร์ฟคือกึ๋นไก่ผัดพริกเหลือง ถังเจินวางมือทั้งสองบนโต๊ะ อ้าปากเล็กน้อย ทำท่ารอให้ป้อน
เหรินเหยียนจิงไม่ขยับ
ถังเจินอ้อน “เร็วเข้า ฉันอยากกินกึ๋นไก่” ดวงตาชุ่มฉ่ำของเธอมองเขาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ
เหรินเหยียนจิงคีบกึ๋นไก่ชิ้นหนึ่งส่งเข้าปากเธอ
เป็นไปตามคาด พอมีครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปก็ไม่ยาก
ภารกิจสองถึง (2/3)
แต่ครั้งสุดท้ายทำให้ถังเจินลำบากใจเล็กน้อย
พระเอกถูกลิขิตให้เป็นของนางเอก จะจูบอะไรทำนองนั้นก็อย่าไปคิดเลย บางทีอาจจะหอมแก้ม หรือไม่ก็แค่จับมือกอดกัน มากกว่านั้นไม่มีแล้ว แต่ตอนนี้เธอกับพระเอกห่างกันแค่โต๊ะตัวหนึ่ง จับมือกอดก็ไม่เหมาะ
มื้อนี้ใกล้จะถึงช่วงท้าย ถังเจินก็เกิดความคิดขึ้นมา เธอทำนิ้วกุ๊ก ๆ เรียกเหรินเหยียนจิง
เหรินเหยียนจิงกำลังกินซุปลูกชิ้นปลา พอสังเกตเห็นท่าทางของเธอ จึงถาม “เป็นอะไรไป?”
“ยื่นมือมานี่หน่อยสิ”
เหรินเหยียนจิงไม่รู้ว่าถังเจินจะทำอะไร แต่เมื่อคบกันแล้ว ก็ควรให้ความร่วมมือกับแฟนสาว ไม่อย่างนั้นจะคบกันทำไม
เขายื่นมือซ้ายที่ว่างมา ถังเจินรีบจับไว้ แล้วมืออีกข้างกดปุ่มถ่ายรูป
เสียงคลิก
ในมือถือมีรูปถ่ายเพิ่มหนึ่งใบ
