ถังเจินรู้สึกเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
ก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าหลังจากนางรองออกจากฉากไปแล้วจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพระเอกอีก?
ทำไมพวกเขาถึงได้มาเจอกันอีกเร็วนัก?
111 เองก็งุนงงไม่แพ้กัน
ตัวตนใหม่ที่มันเลือกให้ถังเจิน ตามเหตุผลแล้ว ชาตินี้ก็ไม่น่าจะได้พบกับพระเอกอีก แต่พอแยกจากกันได้ไม่กี่วัน ทั้งสองก็กลับมาพบหน้ากันอีกจนได้
ใครจะไปคิดล่ะ?
บทสนทนาด้านหลังยังคงดำเนินต่อไป
น้ำเสียงของเหรินเหยียนจิงเย็นชา “เหตุการณ์วันนั้น ฉันต้องการให้คุณถ่ายทอดออกมาให้หมดทุกฉาก”
ท่าทีแบบสอบสวนผู้ต้องสงสัยนี้ทำให้หลีหร่านทั้งจนใจและอ่อนล้า “เหรินเหยียนจิง เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอหายไปได้ยังไง”
“ฉันเห็นเธอส่งข้อความเสร็จ แล้วบอกให้คุณไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ หลังจากนั้นก็เดินจากไป ส่วนที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นฉันไม่รู้เรื่องเลย”
“บางทีสักวัน จู่ ๆ เธออาจโผล่มา แล้วพูดว่า ‘ก็แค่เรื่องป่วน ๆ แค่นี้ก็ตกใจแล้วเหรอ?’”
ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?
แต่ซอยนั้นดันไม่มีกล้องวงจรปิด ตอนนี้เธอถึงขั้นสงสัยแล้วว่า ที่ถังเจินนัดพบกับเธอที่นั่นแต่แรกก็คือแผนการ เพื่อทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่อธิบายอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ
ตอนนี้เธอคือบุคคลที่ตำรวจจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเธอเป็นคนสุดท้ายที่เจอถังเจิน
“เธอไม่ใช่คนแบบนั้น” เหรินเหยียนจิงยืนกราน
ถังเจินเป็นคนใจอ่อน เข้าใจคนอื่นอย่างถ่องแท้ จะเป็นคนที่ทำอะไรให้คนอื่นเป็นห่วงได้ยังไง?
เหรินเหยียนจิงพูดเรียบ ๆ “อย่าเอาความคิดของคุณไปเหมารวมกับเธอ เธอไม่เหมือนคุณ”
ถ้าไม่ใช่เพราะการร่ำลาในความฝัน ตอนนี้เหรินเหยียนจิงคงส่งหลีหร่านเข้าคุกไปแล้ว ยังไงเธอก็มีแรงจูงใจในการก่อเหตุ และเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด
หลีหร่าน “……”
สุดท้ายทั้งสองก็แยกจากกันด้วยความขุ่นเคือง ทะเลาะกันได้น่าเกลียดมาก ตอนหลีหร่านเดินจากไป สีหน้าก็ซีดเขียว
จนกระทั่งเหรินเหยียนจิงจากไป ถังเจินก็ไม่ได้ส่งเสียง และไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขา เธอฟังเสียงฝีเท้าของเขาค่อย ๆ ห่างไกลออกไป จนไม่ได้ยินอีกเลย
มือทั้งสองข้างของถังเจินกำแน่น วางไว้บนเข่า ไหน ๆ ก็เลิกกันแล้ว ก็อย่าเข้าไปรบกวนชีวิตของเขาโดยพลการเลยดีกว่า
