คำพูดของผู้บัญชาการสูงสุดราวกับค้อนหนักทุบลงกลางใจของทุกคน
“เกียรติยศนี้เป็นของนายอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องคืนให้นาย”
ไหล่ของหลินจ้านสั่นสะท้าน แววตาลุ่มลึก เขาเงียบไปเนิ่นนาน
ในที่สุด เขาก็ค่อย ๆ พยักหน้า
การพยักหน้าครั้งนี้ ราวกับทำให้ก้อนหินมหึมาที่กดทับหัวใจของทหารทุกนายร่วงลงสู่พื้น
“ดี!”
“หัวหน้าทีมยอมรับแล้ว!”
“ในที่สุดเขาก็ยอมรับเกียรติยศนี้แล้ว!”
เสียงของเหล่าทหารดังขึ้นที่หน้าประตูเขตทหารภาคใต้
ไม่ใช่เสียงโหวกเหวกวุ่นวาย แต่เป็นเสียงโห่ร้องยินดีจากใจจริง
บางคนโบกกำปั้นอย่างตื่นเต้นจนแทบกระโดด “ทหารแบบนี้ เกียรติยศแบบนี้ ทั้งประเทศควรได้รับรู้!”
อีกคนตบบ่าเพื่อนข้างกาย ดวงตาแดงก่ำ “เจ็ดปีเชียวนะ นานขนาดนี้...ในที่สุดก็รอวันนี้จนได้”
ผู้บัญชาการสูงสุดมองภาพตรงหน้า สีหน้าขยับเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังคงเย็นชาแข็งกร้าว “เงียบ”
เสียงโห่ร้องค่อย ๆ สงบลง ทหารทุกนายยืนตัวตรง แววตามุ่งมั่น
“ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการสอบสวนของเขตทหารภาคใต้” ผู้บัญชาการสูงสุดหันไปมองฝูงชน “อย่าให้เรื่องเกียรติยศส่งผลกระทบต่อภาพรวม”
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง สายตาจับจ้องไปที่กู่เจิ้นซาน “ภารกิจคุ้มกันและเตรียมพิธี มอบให้นายเป็นผู้รับผิดชอบ แต่จำไว้ งานของหลินจ้านห้ามล่าช้าแม้แต่นิดเดียว”
“รับทราบ!” กู่เจิ้นซานยืนตรง คำนับแบบทหารอย่างถูกต้องสมบูรณ์ เสียงกังวานชัดเจน
หลินจ้านเพียงพยักหน้าเบา ๆ แววตามั่นคง
เขายินดีรับเกียรติยศนี้ แต่ก็รู้ดีว่า
สิ่งที่แบกรับไม่ใช่แค่ตัวเขาเอง หากยังเป็นศรัทธาของทั้งกองทัพ
กู่เจิ้นซานกลับไปยังกองพลผสมที่ 7 ฟ้ายังไม่สาง แต่มีทหารกว่าร้อยนายรวมพลกันอยู่ที่ลานฝึกแล้ว
