หลินจ้านเสียบแฟลชไดรฟ์สีดำเข้าไปในเครื่องปลายทางแยกส่วน เสียง “คลิก” ดังขึ้น
บนกำแพงฉายภาพปรากฏโฟลเดอร์เล็ก ๆ ขึ้นมาโฟลเดอร์หนึ่ง——
/records/audio/
ข้างในมีไฟล์เสียงอยู่เพียงไม่กี่ไฟล์
ชื่อไฟล์เย็นชาไร้ความรู้สึก ขนาดก็มีเพียงไม่กี่สิบเมกะไบต์
ใต้เวทีพลันเกิดเสียงหัวเราะครืนและเสียงเยาะเย้ย คำถากถางถาโถมเข้ามาราวกับห่ากระสุน
“มีแค่นี้เองเหรอ? ไฟล์เสียงห่วย ๆ ไม่กี่ไฟล์?”
“ขำจะตาย คลิปพวกเราก็เปิดให้ดูแล้ว แต่เขากลับเปิดไฟล์เสียง?”
“หมดมุกแล้วหรือไง ถึงได้เอาเสียงบันทึกมานับรวมให้ครบ?”
“ยังคิดจะใส่ร้ายท่านชีของพวกเราต่ออีกหรือ?”
“จวนตัวแล้วยังจะสาดโคลนใส่คนอื่นอีก?”
“ไม่กี่สิบเมกะไบต์ก็คิดจะพลิกสถานการณ์? โหลดละครจากเน็ตสองตอนยังไฟล์ใหญ่กว่านี้อีก!”
“ตอนนี้ฉันยังอายแทนเขาเลย ไม่รู้สึกขายหน้าบ้างหรือไง?”
“เอาไฟล์เสียงมาหลอกเด็กเล่นหรือไง? ที่ประชุมเขตทหารเป็นห้องนั่งเล่นบ้านแกหรือ?”
“ถ้าใช้เป็นหลักฐานได้ นาฬิกาปลุกที่บ้านฉันก็เอาผิดแกได้เหมือนกัน!”
“ใครทำไฟล์เสียงตัดต่อไม่เป็นบ้าง? ตัดสองทีแล้วจะกลายเป็น ‘หลักฐานเด็ด’ เลยหรือ?”
“แน่จริงก็เปิดคลิปที่เห็นหน้าชัด ๆ มาสิ อย่าเอาแต่ของแบบนี้ที่ได้ยินแค่เสียง!”
“หลินจ้าน ถ้าไม่มีของจริงก็อย่ามาทำตัวให้ขายหน้า!”
“พวกเราเป็นทหาร ไม่ใช่คนฟังนิทาน!”
“เอาของจริงมา อย่ามาเล่นกลต่อหน้าคนอื่น!”
เสียงตะโกน เสียงหัวเราะเยาะ เสียงขาเก้าอี้ครูดพื้นดัง “เอี๊ยด” และเสียงฝ่ามือทุบโต๊ะดัง “ปึง ๆ” ผสมปนเปกันไปทั่ว
เส้นเลือดตรงขมับของกู่เจิ้นซานเต้นตุบ ๆ กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
แต่หลินจ้านเหลือบมองเขาเพียงหางตา ก็หยุดเขาไว้ได้ทันที——อย่าขยับ
ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยที่ดังขึ้นเป็นระลอก หลินจ้านยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน ราวกับก้อนเหล็กที่เพิ่งนำออกจากเตาไฟ ดำทะมึน หนักแน่น เงียบสงบแต่ร้อนผ่าว
