ตอนอวี๋หวานเดินเข้าไปในโถงทางเดิน เธอหันกลับไปมองแวบหนึ่ง
หลี่อี้กำลังมองเธออยู่พอดี ไฟสีเหลืองสลัวในโถงทางเดินสว่างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าของเขาครึ่งสว่างครึ่งมืด
“คุณกลับไปเถอะ” อวี๋หวานพูด “ฉันถึงแล้ว”
หลี่อี้พยักหน้า
“ฝันดีนะ”
อวี๋หวานหันหลังให้เขาแล้วเดินขึ้นบันไดไป
ไฟในโถงทางเดินเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง เมื่อเธอเดินขึ้นไปทีละชั้น ไฟก็สว่างขึ้นทีละชั้น
สิ่งที่ดังก้องอยู่ข้างหูเธอ นอกจากเสียงฝีเท้าของตัวเองแล้ว ยังมีเสียงในใจของหลี่อี้ด้วย
【ระบบ คุณว่าเธออยู่ชั้นไหน】
【จากการสแกน นางเอกอาศัยอยู่ชั้นบนสุด ห้องเจ็ดศูนย์สอง】
【ชั้นเจ็ดเหรอ】
จากนั้นอวี๋หวานก็ได้ยินเขาถอนหายใจในใจ
【คอนโดนี้ไม่มีลิฟต์ด้วย เธอต้องเดินขึ้นเจ็ดชั้นทุกวันเลยเหรอ】
【ใช่ครับ โฮสต์ จากข้อมูล นางเอกอาศัยอยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว】
【สามปี...】
เสียงในใจของหลี่อี้ชะงักไปครู่หนึ่ง เจือความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
【ระบบ จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกโชคดีขึ้นมา】
【โชคดีเรื่องอะไรครับ】
【โชคดีที่นางเอกเป็นเธอ】หลี่อี้พูด【ต่อจากนี้ไป ฉันจะเป็นคนดูแลเธอเอง】
อวี๋หวานหยุดเดินกะทันหัน
เธอยืนอยู่ใต้แสงไฟสีเหลืองสลัว ฟังบทสนทนาที่จริงจังเป็นบ้าเป็นหลังนั้น แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกใจฝ่อขึ้นมา
แต่ไม่นาน เหตุผลก็กลับมาครอบงำความคิดของเธออีกครั้ง
ฉันไม่ต้องการให้ใครมาดูแล อวี๋หวานคิด
อวี๋หวานในนิยายต้นฉบับเป็นไม้เลื้อยที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่น หากขาดคนเลี้ยงดูก็อยู่ไม่ได้
แต่อวี๋หวานในตอนนี้เป็นต้นไม้เล็ก ๆ ที่ต่อยนักเลงได้ ฆ่าแมลงสาบได้ อยู่คนเดียวมาหลายปีจนเรียนรู้ทั้งซ่อมหลอดไฟและซ่อมท่อน้ำแล้ว จะต้องให้ใครมาดูแลอีกทำไม
ถ้าพึ่งพาคนอื่น สักวันเธอก็คงลงเอยเหมือนในนิยายต้นฉบับ ไม่เหลืออะไรเลย
สิ่งเดียวที่เธอต้องการในตอนนี้ คืองานที่ได้เงินเดือนห้าหมื่นนี่ทำต่อไปได้จนถึงเดือนกันยายน
พอถึงตอนที่เนื้อเรื่องเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เธอก็จะเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งและไปเรียนต่อปริญญาโทที่นครเซี่ยงไฮ้ เรื่องทุกอย่างในนิยายต้นฉบับก็จะไม่เกี่ยวข้องกับเธออีก
