ปิ่นนางพญามังกร

攀龍

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 1 ปรนนิบัติ

“ฟังหลิว เจ้ายินดีปรนนิบัติคุณชายรองหรือไม่”

ภายในห้องกว้างขวางหรูหรา กระถางธูปหงส์ทองคำลอยส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ

สตรีบนแท่นนอนมีรูปโฉมงดงาม อุปนิสัยอ่อนโยนนุ่มนวล น้ำเสียงของนางแม้จะอ่อนหวาน แต่กลับทำให้มี่จือตะลึงงันไปชั่วขณะ

มี่จือ ซึ่งก็คือฟังหลิว บัดนี้รีบคุกเข่าลงด้วยใบหน้าซีดเผือด “คุณนายรองโปรดอภัย บ่าวมิเคยคิดยั่วยวนใฝ่สูงปรนนิบัติคุณชายรองเลย… บ่าวเป็นม่าย จะกล้าคิดปรนนิบัตินายได้อย่างไร”

ขนตาแผ่วสั่น หวาดกลัวยิ่งนัก

“โอ๊ย ดูสิ กลัวอะไรกัน” เซวียชื่อยิ้มออกมา ส่งสายตาให้สาวใช้ข้างกาย มี่จือก็ถูกพยุงขึ้น

ตกใจ เปราะบาง ทว่างดงามยั่วยิ่งนัก

ใบหน้างามสมคำร่ำลือ

นางมิได้ตำหนิมี่จือที่แสดงความหวาดกลัวออกมา ในวังหลวงผู้ใดบ้างไม่รู้ถึงกิตติศัพท์ของชายรองนอกวัง

เดือนก่อนเพิ่งใช้ไม้เรียวลงโทษสาวใช้ปีนเตียงต่อหน้าข้ารับใช้ทั้งวัง ชายที่มิยอมให้สาวใช้ใฝ่สูงเข้าใกล้

นิสัยอ่อนโยนอย่างมี่จือ ถูกถามเช่นนี้กะทันหัน หวาดกลัวก็สมควร

เซวียชื่อพึงใจในใจ มองมี่จือ น้ำเสียงก็อ่อนลงเล็กน้อย “เจ้าเป็นคนปรนนิบัติข้างกายท่านแม่ เชื่อฟังที่สุด ข้าวางใจ”

“วันนี้เรียกเจ้ามา ท่านแม่ก็รู้” เซวียชื่อให้มี่จือเดินเข้ามา ยื่นมือไปจับนาง “วางใจเถิด มิใช่จับเจ้ามาลงโทษ หญิงม่ายสำคัญอันใด ที่แท้ก็ชายคนก่อนของเจ้าบุญน้อย มิอาจรับบุญเจ้าได้”

มี่จือพึมพำก้มหน้า คิ้วเรียวขมวด ครู่ใหญ่จึงค่อย ๆ ส่ายหน้า “บ่าวซาบซึ้งในความกรุณาของคุณนายรองยิ่งนัก แต่บ่าวมิเพียงเสียสามี… ยังมีบุตรหนึ่งคนกับสามีเก่า จริง ๆ แล้ว… จำใจทิ้งบุตรไปมิได้”

เดิมทีเป็นข้ารับใช้ยังมีวันหยุดตรุษสารท แต่งเป็นอนุภรรยา ถูกกดทับหลายชั้น จะไปไหนออกจากวังได้อย่างไร

แล้ววังติ้งอันก็มิใช่ชาวบ้านเบื้องล่าง หญิงม่ายธรรมดาแต่งใหม่ยังพาบุตรไปบ้านสามีใหม่ได้ ถ้านางปรนนิบัติคุณชายรอง เป็นอนุ ชวนบุตรมาข้างกาย… จะเป็นไปได้อย่างไร

ได้ยินมี่จือกล่าวเช่นนี้ จริงดังคาด เซวียชื่อยิ้มจริงใจยิ่งกว่าเดิม “ช่างเป็นคนรักคุณธรรมจริง แต่ก่อนอื่นเจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ฟังข้าพูดให้จบ”

“เจ้าก็เคราะห์ร้าย เจอพวกแม่ผัวชั่วร้าย ขับพวกเจ้าแม่ลูกกลับบ้านแม่เจ้าไป ก็หวังยึดเงินที่สามีเก่าเจ้าทิ้งไว้มิใช่รึ ทางบ้านแม่เจ้าก็มิใช่ครอบครัวมั่งมี ยิ่งเห็นบุตรชายเจ้าโตขึ้นทุกวัน วันสองวันก็พอ แต่เนิ่นนานไป จะเต็มใจเลี้ยงดูเขาจริงรึ”

สำหรับชาวไร่ นามีเพียงเท่านี้ ข้าวปลาที่เก็บเกี่ยวประจำปีก็มิอาจเพิ่มขึ้นลอย ๆ เรื่องนี้แท้จริงมิใช่เพียงเพิ่มตะเกียบเพิ่มชาม

เซวียชื่อคิดการใดไว้ ย่อมตรวจสอบจนกระจ่าง

นางยกถ้วยชาขึ้นดมเบา ๆ มิแม้แต่มองมี่จือที่กัดริมฝีปากจนซีดขาวขึ้นทุกที กล่าวต่อ “ต่อให้เจ้าเก็บเงินส่วนตัวไว้จนพอทดแทนบ้านแม่เจ้า แต่เจ้ามิได้อยู่บ้านทุกวัน แล้วจะได้ใช้กับบุตรชายเจ้าสักเท่าใด แล้วหากอนาคตลูกเจ้าอยากเป็นนักพร่ำตำรา หรือฝึกวิชายุทธค้าขาย เจ้าเป็นเพียงข้ารับใช้ จะมีวิธีอันใด”

เงียบงันไปครู่ใหญ่ เซวียชื่อสงบนิ่งไม่ร้อนรน

มี่จือดวงตางามชุ่มน้ำตา อกสั่นคุกเข่าอีกครั้ง ก้มหน้าครานี้เสียงสั่นยิ่งกว่าเดิม “คุณนายรอง… ท่าน… มีวิธีรึ”

“เป็นแน่” เซวียชื่อจิบชาพลางก้มตามองนาง

มี่จือเงยหน้าขึ้นขอบตาแดงก่ำ มีหมอกน้ำตาคลอ เซวียชื่อวางถ้วยชาลง ก้มกายยิ้มออกมา “ปรนนิบัติคุณชายรองเถิด ข้าจะรับประกันชีวิตสองแม่ลูกเจ้า”

กลิ่นไม้กฤษณาลอยคลุ้งปลายจมูก เนิ่นนานต่อมา มี่จือจึงโขกศีรษะอย่างแรง

เพียงฟังเสียงนั่น ก็ยังหวาดหวั่นโศกาอยู่

“บ่าว… ยินดีฟังคำสั่งคุณนาย”

มี่จือถูกคนใกล้ชิดเซวียชื่อส่งออกมาด้วยตนเอง

ออกมาจากจิ่นอันถัง นางจึงค่อย ๆ คลายคิ้วที่ขมวด รวบปรอยผมข้างแก้มที่ถูกลมพัดขึ้น พอใกล้จะพ้นจิ่นอันถังก็หันกลับมามองอีกครั้ง

เพียงแวบเดียว

จากนั้นก็กลับไปยังตำหนักของพระชายาติ้งอันด้วยท่าทีสงบราบเรียบ

เพิ่งกลับมาถึงลานใหญ่ ก็เห็นฟังซวงที่ปรนนิบัติในลานใหญ่เช่นกันเดินเข้ามาถามเสียงเบา “เจ้าไปไหนมา พระชายาหาเจ้าอยู่นานเชียว”

มี่จือพยักหน้าเบา ๆ รับคำอ้อ

ฟังซวงเห็นนางไม่ตอบก็ไม่ถือสา ดึงมี่จือไปที่ครัวเล็ก ยื่นขนมจานหนึ่งให้

“ขนมเปี๊ยะชุนหยาเพิ่งทำเสร็จ เจ้ายกเข้าไปเถิด จะว่าไปก็พอเป็นข้ออ้าง”

พระชายาติ้งอันหลายปีมานี้ขาไม่ดี ปวดเมื่อไรมักจะฉุนเฉียวง่าย กว่าหนึ่งปีล้วนเป็นมี่จือคอยช่วยนวด วันนี้มี่จือไปสาย ฟังซวงก็กังวลว่านางจะถูกดุด่า

มี่จือชะงักเล็กน้อยก็ยิ้มให้ฟังซวง “ขอบคุณพี่ฟังซวงที่คิดถึงข้า ข้าจะยกเข้าไปก่อน แล้วค่อยมาหาพี่พูดคุย”

“พูดเช่นนี้กับข้า” ฟังซวงหัวเราะตบนางเบา ๆ

เดินเลี้ยวอ้อมไปตามระเบียงทางเดินก็ถึงลานใหญ่ของพระชายา ที่นี่ประณีตยิ่งกว่าจิ่นอันถัง สะท้อนถึงความหรูสง่าทุกหนแห่ง

มี่จือก้มหน้าเข้านางใน วางขนมเปี๊ยะชุนหยาลงก็คุกเข่าบนพรม พรมผืนนี้ก็เป็นของดี ผ้าทอปนด้ายทองปักขึ้น

นางคืบคลานเข่าเข้าไปใกล้พระชายา ยื่นมือไปเริ่มนวดที่ขา

“กลับมาแล้วรึ” พระชายาค่อย ๆ ปรือพระเนตร โบกมือให้ผู้อื่นในห้องถอยออกไป

อ๋องติ้งอันผ่านวัยห้าสิบแล้ว พระชายาอาจสี่สิบกว่าแล้ว แม้หางตาจะมีริ้วรอยชัด แต่ก็ยังเห็นโฉมสง่า บัดนี้เพราะขาพระบาทไม่สบาย พระขนงจึงขมวดอยู่

“ภรรยาลูกชายรองอาศัยความว่องไวแท้ เมื่อวานเพิ่งพูดกับเราวันนี้ก็เรียกเจ้าไป มิได้ลำบากเจ้าหรือ” พระชายามองมี่จือที่ก้มหน้าถ่อมตนนวดพระบาทให้พระนาง แรงพอดี ละเอียดลออ ช่างน่าพอใจ

พระนางทอดพระถอนใจ“ไม่ยินดีหรือ เช่นนั้นข้าจะปฏิเสธให้ เจ้าอยู่กับข้า ยิ่งสงบ”

ถ้อยคำนี้กล่าวได้แยบคาย เพียงแต่ หากจริงใจจะเห็นแก่ประโยชน์ของมี่จือ ก็ควรพูดก่อนที่มี่จือจะไปจิ่นอันถัง

มี่จือรู้แก่ใจ ไม่ว่าพระชายาก็ดี หรือคุณนายรองเซวียชื่อก็ดี ไม่เคยให้โอกาสนางต่อรอง

แต่เป็นเช่นนี้ … ก็ดีมากแล้ว

“เหนียงเหนียง บ่าวคือคนปรนนิบัติพระนาง คุณนายรองจะลำบากบ่าวได้อย่างไร” มี่จือก้มหน้าปิดริมฝีปากยิ้มอ่อนโยน “คุณนายรองบอก… จะคุ้มครองบ่าวและเหิงเกอ สิ่งที่บ่าวต้องการ ก็คือเพียงนี้”

พระชายาเลิกพระขนงเล็กน้อย เห็นนางเป็นเช่นนี้ ในพระทัยกลับสงสารขึ้นมาจริง ๆ หนึ่งส่วน “เจ้าคิดตกก็ดี อย่ากลัวเลย เจ้าเป็นคนออกจากข้างกายเราไปเพียงตั้งใจปรนนิบัติหลินเกอให้ดี เคารพภรรยาหลวงให้ราบรื่น พวกนางในเรือนหลังของหลินเกอผู้ใดเลยจะดูหมิ่นเจ้าได้”

หลินเกอในพระโอษฐ์พระชายา ก็คือคุณชายรองแห่งวังติ้งอัน พระโอรสเพียงองค์เดียวของพระชายา จงหลิน

มี่จือหน้าแดงก่ำพลางพยักหน้าเบา ๆ มือก็นวดคลึงกระตือรือร้นยิ่งขึ้น

เรื่องนี้จริง ๆ ก็แค่คำพูดไม่กี่คำที่มารดาและภรรยาตัดสินใจให้ ไม่มีอะไรขัดแย้ง

พอมี่จือถอยออกมาจากลาบใหญ่ หมัวมัวจี้ข้างกายพระชายาก็เข้าไปปรนนิบัติ“สายตาภรรยาคนรองดียิ่ง หยางโฉมจริยาวัตรเช่นนี้ จะไปแบ่งความโปรดปรานของสวี่ซื่อได้ แถมไม่เป็นภัย คุมตัวบุตรชายเขาไว้ในมือ ยังต้องกลัวอะไรอีก” ขาทรงสบายขึ้นแล้ว พระชายาก็สดชื่นขึ้น

“ได้ยินว่าสามีเก่าของนางขาก็ไม่ดี เป็นเช่นนั้นยังมีลูกได้ แสดงว่ามีนางวาสนา”

【*!มองตาข้า!*】

เนื่องจากมีผู้อ่านบางท่านไม่ดู ‘ผู้เขียนมีคำจะกล่าว’ ผู้เขียนจึงขออธิบายในเนื้อเรื่องสักครั้ง ไม่นับเป็นจำนวนคำในเนื้อเรื่อง

* ชายหญิงมิใช่บริสุทธิ์ นางเอกมีบุตรกับสามีเก่า เป็นบุตรแท้ ๆ เกิดกับสามีเก่า

* ราชวงศ์สมมติ โลกทัศน์โดยรวมอยู่ในยุคก่อนหรงจูหลี่เสวีย จะมีบางประเด็นที่เขียนโดยอิงก่อนราชวงศ์หมิง (เช่น ระบบขุนนาง)

* อย่าถามว่าเป็นม่ายพาลูกมาเป็นอนุได้ไหม ได้ค่ะสาว ๆ ได้ ได้ ได้ ได้ หากความแตกต่างทางชนชั้นมิได้มากนัก แต่งใหม่เป็นภรรยาก็เป็นได้ นิยายมีที่มาจากความจริง ในประวัติศาสตร์ก็มีเหตุการณ์เช่นนี้ ก่อนหรงจูหลี่เสวียไม่ได้กดขี่สตรีนัก (ป.ล. ลัทธิหรงจูหลี่เสวียกำเนิดในสมัยซ่งแต่ถึงกลางสมัยซ่งใต้ยังเคยถูกมองว่าเป็นวิชาปลอม ฉะนั้นกล้าหน่อยเถอะ อย่าเคร่งครัดกว่าคนโบราณ)

* นางเอกมิใช่คนดีงามตามธรรมเนียมประเพณี ฉะนั้นแม้ไม่เห็นด้วยกับการกระทำบางอย่างของนางเอก ก็ขอให้เบามือด้วย

* อ่านอย่างสุภาพ ยินดีการถกเนื้อหาเรื่อง แต่คำหยาบคายด่าว่านางเอก เราจะลบข้อคิดเห็น เกินเลยก็จะแจ้งความโดยตรง ด่าเราเขียนแย่ สร้างตัวละครไม่ได้เรื่อง ได้ แต่อย่าด่านางเอกเรา

* สุดท้าย การกล่าวหาว่าลอกโดยไร้หลักฐานไม่เป็นที่ยอมรับ ใครกล่าวหาให้ผู้นั้นพิสูจน์ หากว่ามีเหมือนกับผู้อื่นก็ให้เตรียมหลักฐานมาแจ้ง

OK รายงานเสร็จ

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com