หยางสุ่ยเซิงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
“ยังมีอะไรอีกหรือ?”
พนักงานขายยิ้มแฉ่ง ถูมือไปมาแล้วถามว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เห็นว่าคุณซื้อของตั้งเยอะ กลัวว่ากลับไปคนเดียวจะหิ้วไม่ไหว”
“ของถุงใหญ่ถุงเล็กเต็มไปหมด เดินทางไกลคงลำบากน่าดู”
หยางสุ่ยเซิงลองชั่งน้ำหนักของในมือ ดูท่าจะหนักจริง
แม้ตอนนี้เขาจะมีเรี่ยวแรงมาก หิ้วกลับไปหุบเขาท้อฮวาโอ๊ะก็ไม่ใช่ปัญหา แต่หิ้วของพะรุงพะรังไปตลอดทางย่อมไม่สะดวก อีกอย่างเขายังต้องไปที่อื่นต่อด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก แค่หุบเขาท้อฮวาโอ๊ะเอง เดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว”
“หุบเขาท้อฮวาโอ๊ะหรือครับ?” พนักงานขายตาเป็นประกาย ตบมือเบา ๆ “โธ่เอ๊ย! บังเอิญจริง ๆ!”
“วันนี้เรามีของต้องส่งไปบ้านหัวหน้าอวี้ที่หุบเขาท้อฮวาโอ๊ะพอดีเลยครับ”
“เป็นของที่ต้องใช้ในงานเลี้ยงฉลองการสอบติดของลูกสาวหัวหน้าอวี้ เดี๋ยวอีกสักพักจะมีรถแทรกเตอร์ไปที่นั่น”
“สหาย ถ้าคุณไว้ใจเรา ฝากของไว้ที่นี่ได้ เดี๋ยวให้รถแทรกเตอร์ขนไปส่งพร้อมกัน คุณจ่ายค่าฝากขนส่งแค่สองหยวนก็พอครับ”
“พอถึงหุบเขาท้อฮวาโอ๊ะ คุณไปเอาของที่บ้านหัวหน้าอวี้ แสดงใบรับฝากก็รับของได้ สะดวกมากครับ”
หยางสุ่ยเซิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง วิธีนี้ก็ไม่เลว
สองหยวนไม่แพง แถมยังประหยัดแรงไปได้ไม่น้อย ไม่ต้องหิ้วของถุงใหญ่ถุงเล็กเดินไปทั่ว
อีกอย่าง ส่งของกลับไปก่อน เขาจะได้มือว่างไปที่ร้านช่างตีเหล็ก สะดวกกว่าเยอะ
“ตกลง” หยางสุ่ยเซิงพยักหน้า แล้วหิ้วของสองถุงใหญ่กลับมา
ที่สำคัญ ตอนนี้เขาไม่ได้ขัดสนเงินสองหยวน
พนักงานขายเห็นเขาตกลงก็ยิ่งกระตือรือร้น รีบหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาเขียนใบรับฝาก แล้วฉีกส่งให้หยางสุ่ยเซิง “นี่ครับ ใบรับฝาก เก็บไว้ให้ดีนะครับ”
“ในนี้เขียนชื่อคุณกับรายการของไว้แล้ว พอถึงบ้านหัวหน้าอวี้ก็เอาใบนี้ให้คนส่งของดู แล้วรับของไปได้เลย”
