ทุกสายตาหันขวับไปยังประตูพร้อมกัน
หยางสุ่ยเซิงยืนอยู่ตรงนั้น สะพายกระเป๋าผ้าใบ สีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าแววตาเย็นชา
ชายหน้าแผลเป็นที่กำลังกดหม่าซานไว้กวาดตามองหยางสุ่ยเซิงตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แกเป็นใครวะ?” พี่เสือปล่อยเท้าที่เหยียบหม่าซาน แล้วลุกขึ้นยืนเอียงคอ มองหยางสุ่ยเซิงด้วยหางตาอย่างไม่เป็นมิตร “ที่นี่ไม่มีธุระของแก รีบไสหัวไปให้พ้น อย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้าน!”
“พี่หยาง ในที่สุดพี่ก็มา!”
หม่าซานที่นอนอยู่บนพื้นพอเห็นหยางสุ่ยเซิง ก็ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ ไม่สนใจน้ำมูกน้ำตาบนใบหน้า ตะโกนสุดเสียงว่า “ช่วยผมด้วยครับ พวกมันจะทำให้มือผมพิการแล้ว พี่หยาง!”
แต่หยางสุ่ยเซิงไม่สนใจเสียงร้องคร่ำครวญของหม่าซาน เพียงทอดสายตานิ่ง ๆ ไปยังพี่เสือ
“เขาติดหนี้พวกคุณเท่าไหร่?”
“โห?”
พี่เสือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำเหมือนได้ยินเรื่องขบขัน เขาสบตาลูกน้องข้าง ๆ แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยแววเยาะเย้ย
“ฟังจากที่พูด แกจะใช้หนี้แทนไอ้เวรนี่งั้นเหรอ?” พี่เสือก้าวเข้าไปใกล้หยางสุ่ยเซิง พยายามใช้รูปร่างกับท่าทีข่มอีกฝ่าย “ไอ้หนุ่ม แกอยู่สายไหนวะ ปากกล้าไม่เบาเลยนี่!”
“ไอ้สารเลวหม่าซานยังเรียกแกว่าพี่หยางด้วยเหรอ?”
“ฉันอยู่ในตำบลต้าเหลียงมาตั้งหลายปี ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อแกเลยวะ?”
เขาไม่เคยได้ยินชื่อหยางสุ่ยเซิงจริง ๆ เพราะในตำบลนี้ พวกนักเลงที่พอมีชื่อเสียง เขารู้จักแทบทุกคน
หม่าซานกลัวว่าพี่เสือจะลงมือกับหยางสุ่ยเซิงจริง ๆ จึงรีบตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง “พี่เสือ อย่าหุนหันพลันแล่นนะครับ พี่หยางเป็นเพื่อนของโหย่วกง หาเรื่องพี่หยางก็เท่ากับหาเรื่องโหย่วกง!”
“โหย่วกง?”
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าพี่เสือกับลูกน้องชะงักค้างไปทันที แววตาฉายความหวาดหวั่นขึ้นมา
โหย่วกงคือผู้มีอำนาจตัวจริงของตำบลต้าเหลียง พวกอันธพาลปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดและคุมสถานที่อย่างพวกเขา ต่อหน้าโหย่วกงแล้วไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้
ไอ้หนุ่มตรงหน้านี่เป็นเพื่อนของโหย่วกงจริง ๆ งั้นหรือ?
พี่เสือพิจารณาหยางสุ่ยเซิงอีกครั้ง ในใจครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย
ดูจากอายุและการแต่งตัวของอีกฝ่ายอย่างไรก็ไม่น่าใช่
