หยางสุ่ยเซิงนั่งอยู่ริมเตียง
ต้นขาอวบขาวผ่องข้างหนึ่งของโจไฉ่เฟิ่งพาดอยู่ตรงหน้าเขา
ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างดี เพียงแต่บริเวณด้านนอกของขาขวาใกล้กระดูกสะโพกมีอาการบวมเล็กน้อยอย่างผิดปกติ
“อาจจะเจ็บนิดหน่อยนะป้าเฟิ่ง อดทนหน่อย”
หยางสุ่ยเซิงพูดพลางถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน
เขารวบรวมสัมผัสปราณที่อ่อนแรงแต่อบอุ่นสองสายจากตันเถียน ค่อย ๆ ส่งไปยังฝ่ามือ
เขาใช้วิชานวดคลายเส้นและสลายเลือดคั่งบรรเทาอาการปวดตามความทรงจำจากการสืบทอด วางมือทั้งสองลงเบา ๆ รอบบริเวณที่บวมบนต้นขาของโจไฉ่เฟิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ บีบนวดอย่างพอดี
ฝ่ามือกว้างใหญ่และอบอุ่นของเขาแฝงด้วยสัมผัสปราณที่แทบสัมผัสไม่ได้ ทันทีที่แตะผิว โจไฉ่เฟิ่งก็คราง “อืม” เบา ๆ ร่างกายสั่นสะท้านน้อย ๆ
“เย็นวาบ... แล้วก็ร้อนนิด ๆ... แปลกจัง...”
เธอหรี่ตาลง สัมผัสถึงความรู้สึกพิสดารที่ส่งมาจากฝ่ามือของหยางสุ่ยเซิง
มันไม่ใช่แค่การสัมผัสผิวหนังธรรมดา คล้ายมีกระแสอุ่นบางเบาไหลซึมผ่านปลายนิ้วของเขาเข้าสู่กล้ามเนื้อและพังผืดที่ปวดเมื่อยของเธอ
หยางสุ่ยเซิงค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักมือ กดและนวดจุดฝังเข็มสำคัญกับจุดเชื่อมของเส้นลมปราณได้อย่างแม่นยำ
แม้สัมผัสปราณจะอ่อนแรง แต่เมื่อผสานกับวิธีนวดอันประณีตแล้ว กลับได้ผลดีอย่างน่าประหลาด
โจไฉ่เฟิ่งรู้สึกว่าบริเวณที่เคยปวดเมื่อยบวมตึงและเจ็บแปลบ ตอนแรกกลับปวดตึงชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ไม่นานก็ถูกกระแสอุ่นละลายออก กลายเป็นความรู้สึกซาบซ่านชาหนึบ สบายจนเธออดไม่ได้ที่จะครางเสียงแผ่วเป็นช่วง ๆ ออกมาจากลำคอ
“อา... ใช่ ตรงนั้นแหละ...”
“ออกแรงอีกหน่อย... อืม... สบายจัง...”
เธอผ่อนคลายไปทั้งร่าง เอนกายอ่อนระทวยอยู่บนเตียง หลับตาลง แก้มแดงระเรื่อ ดื่มด่ำกับความสบายที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
แรงกดนวดอันหนักแน่นมั่นคงของหยางสุ่ยเซิงและกระแสอุ่นประหลาดที่ช่วยนำทาง ทำให้เธอรู้สึกว่าเลือดลมที่ติดขัดไหลเวียนคล่องขึ้น ได้ผลดีกว่าดื่มน้ำขิงสิบชามเสียอีก
หยางสุ่ยเซิงใจจดจ่ออยู่กับการนวด ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง
