แสงเทียนในเรือนข้างสว่างขึ้นตามคาด เซี่ยกวนหนานมองเห็นเงาร่างเพรียวบางทอดผ่านม่านโปร่งบาง มีสาวใช้ประคอง หวีผมและจัดแจงการแต่งตัว
เพียงแค่เงานางก็ชวนให้จิตใจล่องลอย เกิดจินตนาการไม่รู้จบ
ชิงซูไปไต่ถามแล้วกลับมารายงานว่าเผยจื่อล้มป่วย เชิญหมอมาแล้ว
เซี่ยกวนหนานเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางตกน้ำเมื่อวาน อีกทั้งยังคุกเข่าในศาลบรรพชนอีกสองชั่วยาม จะไม่ป่วยได้อย่างไร
และเมื่อคืนเขายังพลั้งมือทำร้ายนางอีก
คิดดูแล้ว นางคงโศกเศร้าในใจยิ่งนัก จึงไม่ยอมมาปรนนิบัติเขา
ช่างเถิด เขารู้ว่าภรรยาตัวน้อยผู้นี้โดยพื้นฐานแล้วอ่อนโยนและจิตใจดีงาม เพียงเพราะรักเขามากเกินไปจึงก่อเรื่องผิดพลาด
ครั้งนี้จะอภัยให้นาง อย่างไรเสียก็ลงโทษไปแล้ว ถือเสียว่าเป็นการสั่งสอนเล็กน้อย ต่อไปนางคงไม่กล้าละเลยเฮิงเก๋ออีก
สำหรับเรื่องคุณหนูตระกูลไป๋ เซี่ยกวนหนานหาได้คิดว่าเผยจื่อจะกล้าหวงแหน
นางเพียงประพฤติตนเป็นภรรยาสืบแทนของจวนเซี่ยอย่างสงบเสงี่ยม สิ่งที่ควรได้ภายหน้าก็ย่อมได้เอง ส่วนสิ่งที่ไม่ควรได้… เขาไม่มีทางให้มากเกินแน่ และจะไม่ยอมให้นางคิดเกินเลยด้วย
เซี่ยกวนหนานเม้มริมฝีปาก กล่าวเสียงเย็นชาว่า "ส่งของบำรุงไปให้นางหน่อย บอกว่าให้นางพักรักษาตัวให้ดี"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้น สั่งบ่าวรับใช้ยกน้ำมา ล้างหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกไปปฏิบัติหน้าที่
เผยจื่อให้เหมยซินช่วยหวีผมให้ ดื่มน้ำเกลืออุ่นไปครึ่งถ้วยเล็ก แล้วนอนลงบนเตียงอีกครั้ง ทางเรือนเป่ยเจิ้งส่งคนมา แจ้งอย่างไม่ใส่ใจว่านางล้มป่วย ให้พักรักษาตัวสักสองวัน ค่อยว่ากัน
คนที่มาคือแม่นมฝาน คนสนิทของฮูหยินรองฉินซื่อ
แม่นมฝานกล่าวถ้อยคำแล้ว มองดูสีหน้าของเผยจื่ออย่างพินิจ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า "อีกสองวันเป็นวันคล้ายวันสิ้นของเผยซื่อผู้วายชนม์ ฮูหยินรองให้เจ้าไปถือศีลกินเจสวดมนต์แทนนางเจ็ดวัน เพื่อขอพรให้เฮิงเก๋อ และสั่งสมบุญกุศลให้จวนเซี่ย"
เผยจื่อฟังแล้ว ยิ่งรู้สึกเย็นวาบในใจ
ฉินซื่อมักจะสอดมือเข้ามาแทรกแซงเรื่องในเรือนของนาง นางเป็นผู้กำหนดวันที่จะอยู่ร่วมห้องกัน โดยให้อยู่ร่วมได้เพียงวันขึ้นหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำของทุกเดือน หากเซี่ยกวนหนานกลับมาชิงซินเอี๋ยนมากครั้งเข้า ฉินซื่อก็จะเรียกนางไปอบรมสั่งสอนอย่างอ้อมค้อม
ไม่ให้นางมัวเมาในเรื่องบุรุษและสตรี
นางขี้อาย ไม่รู้เรื่องด้านชายหญิงนัก จึงปฏิบัติตามกฎของฉินซื่ออย่างเคร่งครัด
และในปีนี้ หน้าที่ราชการของเซี่ยกวนหนานว่างเว้น เขากลับมาพักที่ชิงซินเอี๋ยนมากขึ้น ฉินซื่อก็จะอ้างเหตุให้นางไปคัดลอกคัมภีร์ที่ศาลาพระ หรือไม่ก็ส่งนางไปทำเรื่องทางศาสนา อย่างไหว้พระ ถวายธูป
การไหว้พระถวายธูปจำต้องถือศีลอาบน้ำชำระกายก่อน ทำให้ไม่อาจอยู่ร่วมเรือนและร่วมหลับนอนกับเซี่ยกวนหนาน
ก่อนหน้านี้นางไม่เข้าใจ จนกระทั่งวันหนึ่งบังเอิญได้ยินแม่นมข้างกายฉินซื่อพลั้งปาก จึงเข้าใจเจตนาของฉินซื่อ
ที่แท้ฉินซื่อไม่ต้องการให้นางตั้งครรภ์ลูกของเซี่ยกวนหนานก่อน เพราะจะแย่งความรักจากเฮิงเก๋อ และหากนางมีลูกเป็นของตนเอง ก็จะไม่ทุ่มเทดูแลเฮิงเก๋ออย่างเต็มใจ
แม่สามีระวังนางถึงเพียงนี้ ก็ไม่ต้องถามว่าบ่าวรับใช้ทั้งจวนจะมองนางเช่นไร คงดูแคลนนางต่ำดุจธุลีดินไปแล้ว
หลานซินอดไม่ได้ที่จะถาม "แม่นมฝาน การถือศีลกินเจสวดมนต์ต้องไปที่ศาลาพระเล็กหรือไม่?"
แม่นมฝานพยักหน้า "ย่อมเป็นที่นั่น"
หลานซินโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งตรง ๆ
"คุณหญิงน้อยยังเป็นไข้อยู่ เกรงว่าคงต้องพักรักษาตัวอีกสักสองวัน เรียนแม่นมไปเจรจากับฮูหยินรองให้หน่อยได้หรือไม่…"
แม่นมฝานฟังไม่ทันจบก็ตวาดขึ้นอย่างดุเดือด "เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงกล้ามาขอความกรุณาแทนเจ้านาย? หรือว่านางจะไม่ยอมไปถือศีลสวดมนต์ในวันคล้ายวันสิ้นของพี่สาวแท้ ๆ งั้นหรือ?!"
หลานซินแก้ตัว "หาเป็นเช่นนั้นไม่ งานวันสิ้นปีก่อน ๆ ก็ไม่เคยทำถึงเพียงนี้ อีกอย่างศาลาพระก็ลำบาก อากาศยังหนาวเย็นเช่นนี้ ร่างกายของคุณหญิงน้อยทนไม่ไหว เรียนแม่นม…"
เสียง "เพี๊ยะ" ดังขึ้น หลานซินถูกแม่นมฝานตบหนึ่งฉาดจนล้มลงกับพื้น กุมหน้าไว้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างอดสู
เผยจื่อลงจากเตียงมายืนบังนางไว้ "แม่นมฝานอย่าได้ตีอีกเลย เด็กอย่างหลานซินพูดจาไม่ระวัง เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"
แม่นมฝานมีฐานะสูงส่งในจวนเซี่ย เป็นแม่นมติดตามของฉินซื่อ อีกทั้งยังเลี้ยงดูคุณชายคุณหนูในเรือนรองอีกหลายคน มีความดีความชอบใหญ่หลวง
ยามปกติฉินซื่อยังพูดจาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกับนาง คนรุ่นหลังพบเห็นก็ต้องทำความเคารพนาง
แม่นมฝานกวาดสายตามองเผยจื่ออย่างเย็นชา เห็นรูปร่างของนางผ่ายผอม ใบหน้าขาวซีดดั่งหิมะ เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิงพาดบ่า มีท่วงท่างดงามเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว
ในใจแม่นมฝานยิ่งชิงชัง เสี่ยวเผยซื่อผู้นี้ยิ่งโตยิ่งงามมีเสน่ห์ หากไม่แยกนางออกจากเซี่ยกวนหนานเร็วเข้า ภายภาคหน้าจะไม่รู้ว่านางจะล่อลวงชายหนุ่มและแย่งอำนาจปกครองจวนเซี่ยไปอย่างไร
นางทำเสียงฮึในลำคออย่างเย็นชา "เด็กสาวใช้ต่ำต้อยไม่คู่ควรให้ข้าโกรธหรอก แต่ว่า เสี่ยวเผยซื่อ ข้าแนะนำให้เจ้าหยุดคิดในสิ่งที่ไม่ควรคิดเสีย ไปถือศีลกินเจสวดมนต์ที่ศาลาพระแต่โดยดีเถิด อ้อ จริงสิ สวดมนต์คงไม่จริงใจเพียงพอ เจ้าไปคัดลอกคัมภีร์พระทัยร้อยรอบเสียด้วยแล้วกัน"
นางพูดจบก็หมุนตัวจะเดินจากไป
"ประเดี๋ยวก่อน" จู่ ๆ เผยจื่อก็เอ่ยรั้งนางไว้
แม่นมฝานขมวดคิ้วหันกลับมา
เผยจื่อหอบหายใจแผ่วเบา ฝืนทนความไม่สบาย ถามว่า "หากข้าไปศาลาพระ ใครจะเป็นผู้ดูแลเฮิงเก๋อ?"
แม่นมฝานฟังคำนี้แล้ว ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ถึงตา "ย่อมให้ฮูหยินรองเป็นผู้ดูแล เจ้าวางใจเถิด เฮิงเก๋อเป็นถึงบุตรที่หาค่ามิได้ รอบกายมีแม่นมและสาวใช้คอยปรนนิบัติ ไม่หนาว ไม่อด เจ้าก็ไม่ต้องคอยห่วงใยอีก"
เผยจื่อพยักหน้า "เช่นนั้นก็ดีแล้ว"
แม่นมฝานนิ่งงันไป เสี่ยวเผยซื่อผู้นี้คงถูกไข้ขึ้นสมองหรือไม่? แม้แต่คำแดกดันในวาจานางก็ฟังไม่ออก
เผยจื่อสั่งเหมยซินให้นำเสื้อผ้าเล็ก ๆ และรองเท้าเล็ก ๆ ที่ทำให้เฮิงเก๋อออกมา มอบให้แม่นมฝาน
นางกล่าวว่า "บัดนี้เฮิงเก๋อก็โตแล้ว แม่สามีมีคนรอบข้างมาก ดูแลได้ดีกว่าและรอบคอบกว่าข้า ต่อไปก็ให้แม่สามีเป็นผู้อบรมสั่งสอนเถิด"
แม่นมฝานกอดกองเสื้อผ้ารองเท้าเล็ก ๆ ไว้เต็มอก เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
เผยจื่อรู้สึกมึนงง ร่างกายวูบหนาววูบร้อน พูดจาฝืนใจมาถึงเพียงนี้ก็สุดกำลังแล้ว กำชับเสร็จก็เดินไปที่เตียง ไม่แม้แต่จะมองสีหน้าของแม่นมฝาน
แม่นมฝานอดไม่ได้ที่จะถามเสียงกร้าว "เสี่ยวเผยซื่อ เจ้าหมายความว่าอะไร?!"
เผยจื่อหอบหายใจ หน้าซีดเขียว กล่าวว่า "ไม่ได้หมายความอันใด เฮิงเก๋อข้าอบรมสั่งสอนไม่ได้แล้ว มอบให้แม่สามี"
แม่นมฝานโกรธจนหัวเราะ "ข้าพูดเจ้าแค่สองสามคำ เจ้าก็ทอดทิ้งไม่เอาแล้ว? หรือว่าในใจเจ้ายังคงผูกใจเจ็บที่ฮูหยินรองลงโทษเจ้า? ข้าไม่นึกเลยว่าเสี่ยวเผยซื่อเจ้าจะใจคอคับแคบถึงเพียงนี้ ถือสาเด็กน้อย แล้วยังถือสาแม่สามีอีก เจ้าช่าง… เป็น…"
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนนั้นสาบานไว้ต่อหน้าคุณหญิงน้อยผู้วายชนม์อย่างไร?"
เผยจื่อกล่าวเสียงเบา "ข้าได้สาบานไว้ แต่วันนี้ได้ทำสำเร็จแล้ว เฮิงเก๋ออายุหกขวบ ร่างกายแข็งแรง ก็ถึงเวลาเริ่มเรียนหนังสือแล้ว บัดนี้มอบให้แม่สามีย่อมไม่มีปัญหา"
แม้นางจะไม่ส่งมอบเฮิงเก๋อให้ ยามปกติฉินซื่อก็มักให้คนมาอุ้มไปเล่นสนุกบ่อย ๆ ต่อเมื่อเฮิงเก๋อล้มป่วยจึงได้โยนกลับคืนมา
กล่าวโดยสรุปคือ เมื่อสนุกสนานก็รับช่วงต่อ เมื่อล้มป่วยเป็นไข้ เรื่องหนักอกก็กลับมาตกเป็นของนาง ในสายตาของฉินซื่อและเซี่ยกวนหนาน นางเป็นเพียงทาสรับใช้ที่มีฐานะสูงกว่าแม่นมเล็กน้อยเท่านั้น
เหมยซินกับหลานซินเคยบ่นว่า เฮิงเก๋อถูกเลี้ยงดูไปมาเช่นนี้ ถูกทำให้เสียคน นางจะไม่รู้ได้อย่างไร? ยามปกติเพียงเพราะเห็นแก่หน้าตาจึงจำทนมาทุกอย่าง
บัดนี้นางมีความคิดที่จะจากไปแล้ว เรื่องแรกก็คือปล่อยวางเรื่องของเฮิงเก๋อ