“ได้” เจียงเซี่ยได้ยินอีกฝ่ายบอกราคาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ต่อรองเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น หมูป่าพวกนั้นยังไม่ได้ชำแหละ พวกเขารับไปแล้วยังต้องถอนขน ควักไส้อะไรต่อมิอะไรอีก
ราคาหกเหมาเรียกได้ว่ามีน้ำใจมากแล้ว
ราคาอย่างอื่นก็ให้มาไม่ต่ำ เจียงเซี่ยตัดสินใจว่าต่อไปจะทำธุรกิจกับตลาดมืดผ่านเจ้าจิ่ว ให้เขาจัดการทั้งหมด ตัวเองจะได้ลดความเสี่ยงลงไปอีกส่วน
“งั้นฉันคำนวณยอดรวมให้เธอ” เจ้าจิ่วพูดถึงตรงนี้ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “ก่อนหน้านี้เธอบอกว่า ถ้าเงินสดไม่พอ จะจ่ายเป็นของเก่าหรือทองคำก็ได้ ตอนนี้ยังใช้ได้อยู่ไหม”
เจียงเซี่ยเห็นท่าทางของเขาแล้วถามว่า “หรือว่าของเก่าจะมีมากกว่านั้น?”
เจ้าจิ่วยิ้มอย่างเก้อเขิน “หลัก ๆ คือเวลามันกระชั้นชิดเกินไป เลยมีเงินสดไม่มาก”
เดิมทีเขามีเงินอยู่ไม่น้อย แต่บังเอิญว่าเมื่อวานเพิ่งรับสินค้าล็อตใหญ่เข้ามา แหล่งสินค้าจะมาส่งมอบวันมะรืนนี้ ทำให้เงินในมือขาดสภาพคล่องขึ้นมาทันที
“มีเท่าไหร่” เจียงเซี่ยถาม
“สามพันกว่า” เจ้าจิ่วเหลือบมองยอดรวมที่จดไว้ “อาจต้องใช้ของเก่าชดเชยสักหนึ่งพัน”
“เอามาให้ฉันดูหน่อย” เจียงเซี่ยนึกสงสัยว่าของเก่าในยุคนี้หน้าตาเป็นอย่างไร
เมื่อก่อนอาจารย์ของเธอมีของเก่าอยู่บ้าง เธอเคยเห็นมาส่วนหนึ่ง ต่อมาอาจารย์เอาไปประมูล ราคาประมูลเริ่มต้นตั้งสองล้านขึ้นไปทั้งนั้น
เจ้าจิ่วได้ยินดังนั้นก็รีบให้คนขนของมา
