เจียงเซี่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม “ฉันไม่ลงมือกับคุณหรอก แต่บ้านคุณคงไม่ได้มีแต่คนแก่ ฉันลงมือกับคนอายุต่ำกว่าห้าสิบได้ รวมถึงเด็กอายุไม่กี่ขวบ ฉันก็ตบไม่เว้นเหมือนกัน”
“แกกล้าเหรอ” แม่เฒ่าอวี่ไม่คิดว่าเจียงเซี่ยจะกร่างขนาดนี้ “แกมาเป็นปัญญาชนลงชนบทในกองผลิตของพวกเรา ไม่มีใครหนุนหลัง ยังกล้าท้าทายคนทั้งกองอีกหรือไง?”
“ฉันเป็นปัญญาชนก็จริง แต่ถ้าพวกเราได้รับความไม่เป็นธรรมในกอง ฉันก็ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ของกองตัดสินให้ได้” เจียงเซี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้ากองไม่ยอมตัดสินให้ฉัน ฉันก็จะไปสำนักงานจัดการยุวชนลงชนบทของคอมมูน ยังไงก็ต้องมีสักที่ที่ตัดสินให้ฉัน”
แม่เฒ่าอวี่ไม่คิดเลยว่าเจียงเซี่ยจะแข็งกร้าวขนาดนี้
เห็นแม่เฒ่าอวี่ไม่พูด เจียงเซี่ยจึงเอ่ยต่อ “ฉันยังกล้าจับพ่อค้าคนเลย แค่รับมือกับครอบครัวอย่างพวกคุณเป็นเรื่องเล็กน้อย”
“เจียงเซี่ย แกกร่างเกินไปแล้ว!” แม่เฒ่าอวี่โกรธจนตัวสั่น
คนอื่น ๆ ที่เห็นทั้งสองคนเปลี่ยนเป็นเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดในชั่วพริบตา ต่างก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ตามเหตุผลแล้ว แม่เฒ่าอวี่เป็นฝ่ายมาหาเรื่อง พวกเธอก็ควรช่วยเจียงเซี่ย
แต่เจียงเซี่ยสู้เก่งเกินไป จนแม่เฒ่าอวี่แทบจะเป็นลมเพราะความโมโห
“ใช่ ฉันกร่างมาก” เจียงเซี่ยยอมรับอย่างใจเย็น “เพราะงั้นอย่ามาหาเรื่องฉันง่าย ๆ ถ้าฉันเป็นฝ่ายถูก ใครมายุ่งกับฉัน ฉันก็จะสู้กับคนนั้นจนไม่! ตาย! ไม่! เลิก!”
สี่คำสุดท้ายฟังดูหนักแน่นจนคนในที่นั้นรู้สึกว่าเจียงเซี่ยคนนี้ไม่ใช่คนที่ควรหาเรื่อง ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเธอง่าย ๆ
