เหล่าปัญญาชนคนอื่น ๆ ต่างเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง ทันใดนั้นก็เห็นหยุนลี่หลานพุ่งเข้ามาราวกับสายลม
เมื่อหลิวเจาตีเห็นหยุนลี่หลานเป็นแบบนี้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา
หรือว่าแม่ของฉินอวิ๋นไห่จะรู้เรื่องแล้วไม่เห็นด้วย เลยเข้ามาขวางกันนะ
ถึงอย่างไร มือคู่นั้นของเจียงเซี่ยก็ดูบอบบางอ่อนนุ่ม มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่น่าใช่คนที่ขยันดูแลบ้าน ต่อให้หยุนลี่หลานจะดีกับเจียงเซี่ยแค่ไหน แต่หากจะให้มาเป็นสะใภ้ คนอย่างเจียงเซี่ยที่ไม่รู้จักประหยัดอดออมคงไม่เหมาะแน่
หลินหยงเหมย์กับจางหงเยี่ยนที่ยังกุมอกอยู่ต่างหยุดฝีเท้า แล้วหันไปมองทางเรือนฟืน
พวกเธออยากได้ยินหยุนลี่หลานพุ่งเข้าไปด่าเจียงเซี่ยว่าไร้ยางอายแทบแย่ เพราะพวกเธอสืบข่าวมาแล้วว่าฉินอวิ๋นไห่เป็นนายทหาร ส่วนเจียงเซี่ยก็ลงชนบทไปแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นคนชนบทเต็มตัว
คนอย่างหยุนลี่หลานจะยอมให้ลูกชายคนเล็กที่มีอนาคตไกลที่สุดแต่งกับลูกสาวที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งอย่างเจียงเซี่ยได้อย่างไรกัน
ใช่แล้ว ในใจของจางหงเยี่ยน คนที่ต้องลงชนบทก็คือคนที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง เพราะเธอเองก็อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น
น่าเสียดายที่บทสรุปคงทำให้หญิงสาวปัญญาชนทั้งสามคนผิดหวังอย่างแน่นอน
หยุนลี่หลานมาถึงหน้าประตูเรือนฟืน เมื่อเห็นเจียงเซี่ยอยู่ข้างในก็อยากถามตรง ๆ ว่าเจียงเซี่ยคบหากับลูกชายของเธออยู่หรือไม่
แต่ก็กลัวว่าหากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง จะทำให้ชื่อเสียงของเจียงเซี่ยเสียหาย
เจียงเซี่ยได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเงยหน้าขึ้นเห็นหยุนลี่หลานยืนอยู่ตรงประตู ท่าทางเหมือนมีเรื่องอยากพูดแต่ก็กลืนคำไว้ เธอยิ้มแล้วถามว่า “คุณป้า มาหาฉันมีธุระอะไรหรือคะ”
จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปหยุดอยู่ที่ฉินอวิ๋นไห่ซึ่งเดินตามเข้ามา เป็นเชิงถามด้วยสายตา
