ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาดุร้ายราวกับหมาป่าหิวโซของอู่ชุยฮวากับลูกสาว ราวกับพวกนางอยากจะจับเธอกินทั้งเป็น
แต่เจียงเซี่ยไม่สนใจพวกนางเลยสักนิด เธอตรงดิ่งเข้าไปในห้องของตัวเอง แล้วปิดประตูดังปัง
หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน เจียงเซี่ยก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างหนัก เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เตรียมหยิบเสื้อผ้าสะอาดมาเปลี่ยน
ขณะที่เปิดตู้เสื้อผ้า สายตาของเธอก็ถูกดึงดูดไปยังกระจกที่แขวนอยู่บนผนังข้างตู้
ก่อนหน้านี้เธอรู้จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้วว่าตัวเองมีรูปร่างสูงโปร่ง
แต่ยังไม่มีโอกาสได้สำรวจดูให้ดี เธอจึงเข้าไปในมิติความจุ แล้วตรงไปยังห้องแต่งตัวในวิลล่าของตัวเอง
เมื่อยืนอยู่หน้ากระจกเต็มตัวในห้องแต่งตัวและพินิจใบหน้าของเจ้าของร่างเดิมอย่างละเอียด เธอก็อดอุทานออกมาไม่ได้ว่า “อุ๊ย...”
ใบหน้านี้งดงามประณีตจริง ๆ! เทียบกับรูปลักษณ์ในชาติก่อนแล้ว แทบจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
ดวงตารูปเมล็ดซิ่งใสราวแก้ว สะท้อนภาพชีวิตอันคึกคักของโลกมนุษย์ แต่ก็ใสสะอาดดุจหิมะ ไร้ฝุ่นธุลีแปดเปื้อน
ใบหน้ารูปไข่ยังแฝงไว้ด้วยเสน่ห์อ่อนหวานแบบสาวแดนเจียงหนาน
เพียงแต่ช่วงนี้เธออาจเศร้าโศกมากเกินไป ทั้งยังพักผ่อนไม่เพียงพอ สีหน้าจึงดูอิดโรยอยู่บ้าง
ถึงอย่างนั้นก็ยังยากจะปกปิดความงามล่มเมืองของเธอได้
เจียงเซี่ยเดินไปยังเครื่องวัดส่วนสูงที่พ่อแม่ติดตั้งไว้ตอนตกแต่งบ้าน หน้าจอแสดงตัวเลขหนึ่งเมตรเจ็ดสิบ ซึ่งเท่ากับส่วนสูงของเธอในชาติก่อน
