ฝ่ายปัญญาชนชายอย่างหูต้ากังก็มองเจียงเซี่ยเช่นกัน “ปัญญาชนเจียง หมูป่าตัวนั้นเธอจัดการคนเดียวเหรอ ไม่มีใครช่วยเลย หรือหมูป่าตกหลุมพรางจนขัดขืนไม่ได้?”
“อยากลองดูไหม?” เจียงเซี่ยถาม
หูต้ากังชะงัก “ลองยังไง?”
“ลองดูว่าฉันจะต่อยเธอกระเด็นได้ด้วยหมัดเดียวไหม?” เจียงเซี่ยกวาดตามองหูต้ากัง เขาไม่ได้หนักเท่าหมูป่าที่เธอจัดการวันนี้ด้วยซ้ำ ต่อให้ลองก็คงไม่ได้ผลอะไร
หูต้ากังได้ยินแล้วก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ปัญญาชนเจียง ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่สงสัยเลยถามดู”
“ที่จริงไม่ได้มีแค่ปัญญาชนหูที่สงสัย พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอทำได้ยังไง” จ้าวจื้อเจี๋ยมองเจียงเซี่ย “แน่นอนว่าเธอไม่พูดก็ได้”
“ฉันแรงเยอะ” เจียงเซี่ยเหลือบมองอีกฝ่าย ไม่ได้ถือสาที่จะให้เหล่าปัญญาชนคนอื่นรู้ว่า แม้เธอจะดูไม่น่ากลัว แต่ก็ฆ่าหมูป่าได้
“เธอสู้กับหมูป่าตรง ๆ เลยเหรอ?” โจวหงปิงอดถามไม่ได้
“อืม ตอนอยู่บนเขา หมูป่าพุ่งเข้ามา ฉันต่อยมันไปไม่กี่หมัด พอมันตายก็ลากลงเขามา” คำพูดของเจียงเซี่ยราวกับหยดน้ำตกลงในกระทะน้ำมันร้อน ทำให้คนในที่พักปัญญาชนต่างคิดกันไปคนละทาง
“ปัญญาชนเจียง เธอเก่งเกินไปแล้ว!” เว่ยหลานหลานมองเธอด้วยสายตาชื่นชม เธอชอบคนเก่ง
เฉียนเสี่ยวตานพยักหน้าชม “ปัญญาชนเจียง ฉันดูไม่ออกจริง ๆ ว่าเธอจะมีพละกำลังระเบิดขนาดนี้”
“ฉันแค่บังเอิญได้รับแรงมหาศาลจากผู้ใหญ่ในบ้านมา ไม่อย่างนั้นก็คงฆ่าหมูป่าไม่ได้หรอก” เจียงเซี่ยอธิบาย
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเก่งมากอยู่ดี” เว่ยหลานหลานพูดยิ้ม ๆ “ปัญญาชนเจียง พวกเราจะไปรับเนื้อหมู เธอจะไปด้วยกันไหม?”
