ฉินชิงหลีเดิมก้มหน้าก้มตาตั้งใจซ่อมนาฬิกาอยู่
เธอจดจ่อเกินไป จนตอนแรกไม่ได้ยินว่าเจียงชิวเหย่อเรียก
ฉินชิงหลีมีนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว
เวลาที่เธอตั้งใจจะทำอะไรก็จะเข้าสู่ภวังค์หลงลืมตนได้อย่างรวดเร็ว ก่อนข้ามภพมา เธอทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัย เวลาหมกมุ่นกับการทดลองก็มักจะลืมเวลา ไม่นอนไม่กินเป็นเรื่องปกติ
เจียงชิวเหย่อเห็นว่าเธอไม่สนใจตน ยังคงใจจดใจจ่อกับนาฬิกาที่แกะชิ้นส่วนอยู่ จึงชะงักไป ดวงตารุ่ยเฟิ่งสีน้ำตาลอ่อนที่งดงามหรุบลงเล็กน้อย ทันใดนั้นก็จ้องเขม็งไปที่นาฬิกาในมือเธอ ราวกับมองศัตรู คล้ายกับกำลังงอนนิดๆ
“ภรรยา เธอทำอะไรอยู่?”
เขาอดกลั้นแล้วอดกลั้นอีก จนทนไม่ได้ที่ตัวเองถูกฉินชิงหลีเพิกเฉย จึงลุกขึ้นพรวดไปนั่งลงตรงข้ามเธออย่างสง่าผ่าเผย เอาข้อศอกยันไว้กับโต๊ะหลวมๆ แล้ววางคางที่แนวกรามคมสันลงบนหลังมือ หลุบตาจ้องมองใบหน้าเล็กขาวเนียนนุ่มขนาดฝ่ามือของฉินชิงหลี
ปลายนิ้วของฉินชิงหลีหยุดชะงัก ในที่สุดก็ได้สติ เธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังเอ่ยเบาๆ ว่า “ก็เห็นๆ อยู่นี่นา”
“ฉันกำลังซ่อมนาฬิกาให้หัวหน้าหลี่อยู่”
หัวหน้าหลี่?
เจียงชิวเหย่อฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้น พูดเสียงทุ้มว่า “หัวหน้าหลี่จากคณะกรรมการสตรีหรือ?”
ฉินชิงหลีไม่ได้พูดอะไร เพียงผงกศีรษะ แล้วเตรียมประกอบนาฬิกากลับเข้าที่เหมือนเดิม
เจียงชิวเหย่อมองดูการกระทำที่คล่องแคล่วรวดเร็วของเธอ ราวกับเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งคุ้นชินและฉับไว เป็นระเบียบไม่สะเปะสะปะ นิ้วเรียวงามสีขาวหิมะของเธอท่ามกลางแสงแดด ท่วงท่าที่เคลื่อนไหวนั้นดูเพลินตา
ไม่เหมือนกำลังซ่อมนาฬิกา กลับเหมือนกำลังดีดพิณผาหรือกู่เจิง กระตุกหัวใจคนอย่างไม่มีเหตุผล
เจียงชิวเหย่อนิ่งงันไป แววตาลึกลง ลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงช้าๆ หลุดเสียงหัวเราะต่ำแหบพร่าที่แฝงความหมายลึกซึ้งออกมา
“ภรรยา เธอซ่อมนาฬิกาเป็นด้วยหรือ?”
ฉินชิงหลีประกอบนาฬิกากลับเข้าที่อย่างเงียบเชียบ ไขลานจนสุด มองเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดเริ่มขยับอีกครั้ง ก็ยกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงอดภาคภูมิใจไม่ได้
“ที่ฉันทำเป็นน่ะยังมีอีกเยอะ แค่ซ่อมนาฬิกาจะไปนับเป็นอะไร”
