บนเกาะไม่ได้มีเรือไปยังแผ่นดินใหญ่ฝั่งตรงข้ามทุกวัน
โดยพื้นฐานแล้วหนึ่งสัปดาห์จะมีเรือไปกลับหนึ่งวัน เวลาตายตัว แบ่งเป็นสองเที่ยวต่อวัน เที่ยวเช้าตรู่นั่งหนึ่ง เที่ยวบ่ายนั่งหนึ่ง
หลังจากที่ฉินชิงหลีนั่งเรือมาที่เกาะก็ครบหนึ่งสัปดาห์พอดี วันนี้เป็นวันที่มีเรือออก
พอเจียงชิวเหย่อลางานเสร็จ ก็พาฉินชิงหลีไปซื้อตั๋วเรือเที่ยวเช้า ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้ามาเข้าแถวรอขึ้นเรือ
เจียงชิวเหย่อช่วยฉินชิงหลีแบกกระเป๋าผ้าสะพายข้าง แสงแดดยามเช้าตรู่บนเกาะยังแสบตาอยู่บ้าง เขายกมือขึ้นช่วยบังแดดให้ฉินชิงหลี ค่อย ๆ เผยอปากยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงสวย พลางพูด
“เมียจ๋า วันนี้ขึ้นไปบนฝั่งแล้ว อยากซื้ออะไรก็ซื้อเลยนะ อย่าเกรงใจเด็ดขาด”
ฉินชิงหลียังไม่ได้เงินเดือน ที่บ้านให้สินสอดมาแค่แบงก์สิบหยวนสองใบ วันนี้ไปซื้อของที่แผ่นดินใหญ่ก็ต้องใช้เงินและคูปองของเจียงชิวเหย่อเป็นส่วนใหญ่
เธอค่อนข้างเกรงใจ “แล้วแต่คุณอยากซื้ออะไรเถอะ จริง ๆ ฉันยังไงก็ได้”
เจียงชิวเหย่อจะไม่รู้จักเธอดีได้ยังไง?
เขายิ้ม ๆ ฉวยโอกาสที่รอบ ๆ ยังไม่มีผู้คน แอบก้มหน้าลงจูบเธอฟอดหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วพูดปลอบ
“พอเถอะน่า เมียจ๋า ฉันให้เธอซื้อก็ซื้อเถอะ เธอซื้อมาก็ไม่ได้ใช้คนเดียว เฟอร์นิเจอร์อะไรพวกนั้นฉันก็ได้ใช้เหมือนกัน”
“ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังต้องจัดงานเลี้ยงแต่งงานให้เธอด้วย เงินที่จ่ายซื้อของก็ถือเป็นสินสอดที่ฉันให้เธอแล้วกัน”
ฉินชิงหลีเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัยนิด ๆ พูดหยอก “คุณอุตส่าห์แต่งฉันเข้าบ้านแล้ว ทั้งยังหุงข้าวสุกเรียบร้อยแล้ว ยังจะให้สินสอดฉันอีกเหรอ?”
สีหน้าหล่อเข้มของเจียงชิวเหย่อเคร่งขรึมลงทันที น้ำเสียงจริงจัง
“เรื่องหนึ่งก็เรื่องหนึ่ง เมีย เราแต่งงานกันครั้งเดียวในชีวิต ฉันไม่มีทางให้เธอลำบากหรอก งานเลี้ยงที่ควรจัดก็ต้องจัด สินสอดที่ควรให้ก็ต้องให้ ไม่อย่างนั้นฉันรู้สึกผิดกับเธอตลอด เหมือนกับว่าแกล้งเธอให้ลำบาก”
