เกาหยางเดินไปยังพื้นที่ค่อนข้างราบแห่งหนึ่งตรงเชิงเขา แล้วใช้เท้าชี้พื้น
“เจ้าพาคนเริ่มขุดจากตรงนี้ ขุดเฉียงเข้าไปด้านใน รักษามุมเอียงไว้ราวสามสิบองศา ใช้กรอบไม้ค้ำยันอุโมงค์ไว้ อย่าให้ถล่ม
เมื่อขุดถึงชั้นน้ำเกลือสาบแล้ว ให้ขุดบ่อพักน้ำเกลือไว้ในอุโมงค์ ปล่อยให้น้ำเกลือไหลมารวมกัน จากนั้นใช้กังหันวิดน้ำหรือท่อไผ่ลำเลียงออกมา ย่อมเร็วกว่าต้องตักขึ้นมาทีละบ่อมากนัก”
ซุนโหว่เดินวนรอบบริเวณที่เกาหยางชี้อยู่หลายรอบ ก่อนจะย่อตัวลงตรวจดูแนวหินของภูเขา ดวงตาขุ่นมัวของคนชราค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้น
“สามสิบองศา... สามสิบองศา...”
เขาพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง พลันลุกขึ้นยืน ใช้ไม้ไผ่ขีดเขียนบนพื้นสองสามที
“ท่านแม่ทัพ ข้าคำนวณคร่าว ๆ แล้ว หากขุดเฉียงเข้าไปจากจุดนี้ด้วยมุมสามสิบองศา น่าจะขุดไปสักสิบสองสิบสามวาก็ถึงสายน้ำเกลือ บ่อแนวดิ่งที่เราขุดอยู่ตอนนี้ลึกแปดวาแล้วยังไม่เจอน้ำเกลือ หากใช้วิธีของท่าน บางทีขุดต่อไปอีกสี่ห้าวาก็ถึงแล้ว!”
“เช่นนั้นยังรออะไรอีก? ลงมือเลย”
เกาหยางสั่งให้คนไปตามช่างไม้ทั้งหมดในเหมืองมา ตัดไม้สนในบริเวณนั้นมาใช้ เลื่อยให้ได้ขนาดเหมาะสม แล้วทำเป็นกรอบไม้สำหรับค้ำอุโมงค์
ตอนแรกช่างไม้ยังไม่เข้าใจว่าจะใช้สิ่งนี้อย่างไร แต่พอเกาหยางวาดแผนภาพคร่าว ๆ ให้ดู พวกเขาก็เข้าใจในทันที
สองวันต่อมา การขุดบ่อเอียงก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซุนโหว่คุมงานด้วยตนเอง นำชายฉกรรจ์หกคนผลัดเวรกันขุด
คนงานเหมืองแบกจอบและพลั่วเหล็ก ขนหินกรวดออกจากอุโมงค์ทีละตะกร้า
พอถึงวันที่ห้า จู่ ๆ น้ำเกลือสาบขุ่นข้นก็ทะลักออกมาจากอุโมงค์ ปริมาณน้ำมากกว่าบ่อแนวดิ่งทุกบ่ออย่างเทียบไม่ติด
“ได้น้ำเกลือแล้ว! ได้น้ำเกลือแล้ว!”
ซุนโหว่คลานออกมาจากอุโมงค์ในสภาพเปียกโชก เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำเกลือ แต่กลับยิ้มราวกับเด็กน้อย เผยให้เห็นฟันที่เหลืออยู่ในปากเพียงสามซี่
“ท่านแม่ทัพ! เหลือเชื่อจริง ๆ! ท่านพูดถูกแล้ว! ขุดเฉียงเข้าไปแปดวาก็ถึงสายแร่เกลือสาบ ปริมาณน้ำเกลือยังมากกว่าสามบ่อรวมกันเสียอีก!”
