บรรยากาศหน้าประตูว่าการอำเภอคึกคักยิ่งกว่าที่ฝาเหวินยวนคาดคิดไว้เสียอีก
ลานโล่งนอกว่าการอำเภอมีผู้คนยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ทั้งชาวเมืองชิงสือและชาวนาจากหมู่บ้านโดยรอบที่เร่งรุดมา
พ่อค้าเร่ขายขนมปังเผาหลายรายเข็นรถเบียดอยู่ริมฝูงชน พลางค้าขายไปพลางยืดคอมองเข้าไปข้างใน
หน้าประตูว่าการอำเภอมีทหารยามยืนเรียงกันสองแถว พลองยามไขว้พาดอยู่เบื้องหน้า แต่ละคนอกผายพุงพลุ้ย วางท่าโอ่อ่าเต็มอำนาจขุนนาง
ฝาเหวินยวนไม่ได้เบียดเข้าไปในฝูงชน เขาอ้อมไปยังตรอกด้านข้างว่าการอำเภอ พบต้นไหว้คดงอต้นหนึ่ง ใต้ต้นมีหินโรยแป้งเก่าที่ถูกทิ้งไว้หลายก้อน
เขายกชายเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงบนก้อนหิน จากมุมนี้พอดีจะมองเห็นเหตุการณ์ในโรงพิจารณาผ่านประตูรั้วของลานว่าการอำเภอ
ซุนเจี้ยนยืนอยู่ข้างกายเขา เอ่ยถามเสียงเบาว่า “จุนเฉิง พวกเราไม่เข้าไปหรือ”
“ไม่ต้องรีบ ดูไปก่อน”
ในโรงพิจารณา ถานฝู่นั่งอยู่ใต้ป้าย ‘เที่ยงตรงและสง่างาม’ แล้ว
วันนี้เขาสวมชุดขุนนางเต็มยศ บนผ้าปักอกปักลายนกเป็ดน้ำ สวมหมวกดำอย่างเรียบร้อย ส่วนไม้ทีวางอยู่ทางขวามือในตำแหน่งที่หยิบได้ถนัดที่สุด
สองข้างใต้บัลลังก์มีทหารยามยืนอยู่ข้างละสี่นาย มือถือพลองยาม สีหน้าเคร่งขรึม
ถานฝู่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ สายตากวาดมองใต้บัลลังก์ มุมปากยกขึ้นจนแทบกลั้นไว้ไม่อยู่
เขารอวันนี้มานานเกือบครึ่งเดือนแล้ว
นับแต่วันที่เกาหยางกลับมายังอำเภอชิงสือ ถานฝู่ก็รู้สึกว่าตนเป็นผู้ว่าอำเภอได้อย่างน่าอับอายยิ่งนัก
เซี่ยนเว่ยขั้นเจ็ดคนหนึ่งกลับมีชื่อเสียงกลบผู้เป็นใหญ่ในอำเภออย่างเขา ความอัดอั้นนี้เขากล้ำกลืนไม่ลง
