เกาหยางเรียกทุกคนมารวมกันที่ลานนวดข้าว
หลังขยายกำลังอย่างต่อเนื่อง บัดนี้มีผู้ฝีมือดีอยู่ถึงสิบห้าคนแล้ว
พวกเขายืนเรียงเป็นสองแถว เอวแขวนมีดนักล่า หลังสะพายธนู
เกาหยางยืนอยู่หน้าแถว
“เรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันนี้ พวกเจ้าเห็นกันหมดแล้ว ทหารพ่ายแพ้ยึดเมืองชิงสือ ทำลายหมู่บ้านรอบข้างไปกว่าสิบแห่ง พวกเรากวาดล้างทหารพ่ายแพ้ไปเก้ากอง ยึดของมาได้ไม่น้อย แต่แค่นี้ยังไม่พอ
หัวหน้าทหารพ่ายแพ้ยังมีชีวิตอยู่ คนของมันก็ยังกินดีอยู่ดีในเมืองชิงสือ ตราบใดที่ต้วนเซียวยังอยู่ ทหารพ่ายแพ้ก็จะหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย”
ไม่มีใครพูดอะไร
สายตาทุกคู่จับจ้องเกาหยาง
“เพราะฉะนั้นข้าตัดสินใจว่าจะชิงลงมือก่อน”
เกาหยางชักมีดนักล่าออกจากเอว ใช้ปลายมีดวาดแผนผังตำแหน่งอย่างง่ายลงบนพื้น
“เมืองชิงสืออยู่ห่างจากหมู่บ้านเราไปสามสิบลี้ ค่ายใหญ่ของทหารพ่ายแพ้ตั้งอยู่ในโรงเหล้าฮกไหล้กับร้านค้าหลายร้านที่อยู่ข้างๆ ในเมือง
ข้าสืบข่าวมาแจ่มชัดแล้ว ต้วนเซียวมีลูกน้องกว่าร้อยคน ในจำนวนนั้นมีทหารคนสนิทของเขากว่ายี่สิบคน ฝีมือไม่เลว อาวุธยุทโธปกรณ์ก็พร้อม
ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดสิบถึงแปดสิบคนล้วนเป็นพวกไร้ระเบียบ หากได้เปรียบก็พอสู้ได้ แต่ทันทีที่เจอคู่ต่อสู้แข็งแกร่งก็แตกกระเจิง”
เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองคนทั้งสิบห้าที่อยู่เบื้องหน้า
“พวกเรามีกันแค่สิบห้าคน สิบห้าคนสู้กับร้อยคน หากบุกเข้าไปซึ่งหน้า ก็เท่ากับรนหาที่ตาย เพราะฉะนั้นข้าคิดจะอาศัยความมืดลอบเข้าไป หาถึงรังของต้วนเซียวโดยตรง แล้วตัดหัวมันเสีย
