“กองเสบียงกำลังเร่งเกณฑ์ข้าวและเนื้อ นายร้อยฉินได้รับคำสั่งให้รวบรวมเสบียงข้าวทหารให้เพียงพอสำหรับคนห้าพันกินนานหนึ่งเดือนภายในสามวัน
แต่นี่แทบเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้รวบรวมเสบียงที่เก็บไว้รอบด่านชิงสือกวนมาทั้งหมด ก็ยังไม่พอให้คนห้าพันกินถึงครึ่งเดือน
นายร้อยฉินร้อนใจจนปากขึ้นตุ่มเต็มไปหมด จึงให้ข้ากลับมาบอกท่านว่า ช่วงสองสามวันนี้หากล่าสัตว์ได้ ก็ส่งมาให้เท่าไรเท่านั้น ทัพชายแดนกำลังขาดเสบียงอย่างหนัก”
เกาหยางพยักหน้า สมองพลันคำนวณอย่างรวดเร็ว
พวกอนารยชนประชิดด่าน ซุนถิงเหอนำทัพขึ้นเหนือ โจวเยว่ยังไปไหนไม่ได้ชั่วคราว ทัพชายแดนก็ขาดเสบียง...
“โจวเยว่ ทหารม้าของพวกอนารยชนจะบุกถึงด่านชิงสือกวน อีกนานเท่าใด”
“เร็วที่สุดก็ห้าวัน ช้าที่สุดก็สิบวัน จากช่องเขาอิงจุ่ยถึงด่านชิงสือกวนมีระยะทางหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ ทหารม้าของพวกอนารยชนเคลื่อนทัพรวดเร็วก็จริง แต่ระหว่างทางยังต้องแบ่งกำลังไปปล้นหมู่บ้านโดยรอบ จึงไม่อาจเร่งฝีเท้าเต็มกำลังได้
ข้าคาดว่า อย่างน้อยห้าวัน อย่างมากสิบวัน ด่านชิงสือกวนก็จะปะทะข้าศึก”
เกาหยางหยุดฝีเท้า มองโจวเยว่พลางกล่าวว่า “ช่วงสองสามวันนี้ท่านอยู่กับข้า อย่ากลับไปยังกระท่อมนักล่าบนเขาอีก
เมื่อสายลับของพวกอนารยชนแทรกซึมลงมาถึงทางใต้ของด่านชิงสือกวนแล้ว ไม่แน่ว่าพวกมันอาจไปเสาะหาทางขึ้นเขา กระท่อมนักล่าบนเขาจึงไม่แน่ว่าจะปลอดภัย กำแพงลานบ้านข้าสูง ยังพอซ่อนคนได้ชั่วคราว”
โจวเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
คืนนั้น เกาหยางนำถั่วชั้นดีมาเลี้ยงล่ำลาที่บ้าน จากนั้นขึ้นสายคันธนูเขาแรดใหม่ ตรวจหัวลูกศรและขนนกของลูกศรเหล็กทั้งยี่สิบดอกอย่างถี่ถ้วน แล้วลับมีดนักล่าจนคมกริบ
