ตอนเกาเวินถูกหามกลับมาถึงเรือนใหญ่เดิมของตระกูลเกา ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
นางหวังกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว พลันได้ยินเสียงประตูรั้วถูกคนด้านนอกกระแทกเปิดดังปัง จากนั้นก็เห็นชาวบ้านหลายคนช่วยกันหามเปลเข้ามาในลานบ้านอย่างชุลมุน
นางถือทัพพีเดินออกมาดู ก็เห็นเกาเวินนอนอยู่บนเปล ใบหน้าเปื้อนเลือด ขากางเกงชุ่มโชกไปด้วยเลือด ส่วนต้นขาพันด้วยผ้าขาดๆ หลายชิ้น ซึ่งถูกเลือดย้อมจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม
ทัพพีในมือนางหวังร่วงลงพื้นดังแปะ
“ลูกใหญ่! ลูกใหญ่เป็นอะไรไป?”
นางหวังพุ่งเข้าไปหาเปล น้ำเสียงแปรเปลี่ยนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
เกาเวินฝืนลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง พอเห็นใบหน้านางหวัง น้ำตาก็ทะลักออกมาทันที “ท่านแม่... หมูป่าชนข้า...”
เกาโส่วเจิ้งเดินตามหลังเปลเข้ามาในลานบ้าน สีหน้ามืดครึ้มราวกับบีบน้ำออกมาได้
เขาโยนจอบลงพื้น แล้วตวาดใส่นางหวัง “ยังยืนงงอะไรอยู่? รีบไปตามหมอมา!”
นางหวังสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงตวาด รีบวิ่งออกจากประตูรั้วไปตามหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้าน
เกาไท่หดตัวอยู่ตรงมุมลานบ้าน พยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็น แต่ก็ยังถูกเกาโส่วเจิ้งเห็นเข้าในแวบเดียว
“เจ้าสาม! มานี่เดี๋ยวนี้!”
เสียงของเกาโส่วเจิ้งคล้ายเค้นออกมาจากลำคอ กดกลั้นโทสะอันเกรี้ยวกราดเอาไว้
เกาไท่เดินเข้าไปอย่างหวาดหวั่น ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเกาโส่วเจิ้ง
“เจ้าไปขึ้นเขากับพี่ใหญ่ของเจ้า พี่ใหญ่ถูกหมูป่าชนจนเป็นเช่นนี้ แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
ลูกกระเดือกของเกาไท่ขยับขึ้นลง เขาตอบเสียงเบาว่า “ข้า... ข้าวิ่งเร็ว...”
“วิ่งเร็ว?” ดวงตาเกาโส่วเจิ้งแดงก่ำ “เจ้าทิ้งพี่ชายไว้บนเขาคนเดียว แล้วหนีลงมาเองอย่างนั้นหรือ?”
