เกาหยางหันไปกล่าวกับโจวเยว่
“ข้าจะนำทหารม้าสองร้อยนายบุกทะลวงแนวรบ ท่านนำกำลังที่เหลือรักษาเมือง เซียนเปยบุกตีเมืองมาทั้งวันแล้ว ทหารราบของพวกมันก็ใกล้หมดแรงเต็มที
หลังจากข้าบุกออกไป ถัวปาสิงย่อมต้องถอนกำลังมาล้อมสกัดข้า แรงกดดันจากการตีเมืองก็จะลดลง ท่านเพียงยันไว้ให้ได้อีกหนึ่งชั่วยาม กองทัพใหญ่ของเหวินไหวเลี่ยต้องมาถึงแน่นอน”
“หากเหวินไหวเลี่ยมาไม่ถึงเล่า?”
“เช่นนั้นท่านก็พาคนที่เหลือถอนกำลังออกทางประตูใต้ มุ่งหน้าไปทางเมืองชิงสือ หนีไปได้เท่าไรก็เท่านั้น”
โจวเยว่จ้องเกาหยางอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
เกาหยางหันหลังเดินลงจากกำแพงเมือง
ใต้กำแพงเมือง ทหารม้าสองร้อยนายจัดขบวนเรียบร้อยแล้ว
คนเหล่านี้คัดมาจากกองลาดตระเวนภูเขาและทหารทัพชายแดนที่ยอมจำนน ล้วนผ่านศึกมาแล้วทั้งสิ้น ส่วนม้าก็เป็นม้าศึกแห่งแคว้นเหอซีชั้นดีที่ยึดมาจากมือเซียนเปย
เกาหยางพลิกตัวขึ้นม้า รับทวนม้าจากมือโกวหวา
เขาบังคับม้าหันหน้าไปทางทหารม้าสองร้อยนาย
“ข้าจะไม่พูดจาให้ฟังรื่นหู พวกคนเถื่อนข้างนอกมีห้าพันคน ส่วนเรามีเพียงสองร้อย บุกออกไปแล้วจงตามข้าให้ติด อย่าทิ้งแถว และอย่าพัวพันกับศัตรูจนลืมหน้าที่
ถัวปาสิงอยู่ใต้ธงใหญ่หัวหมาป่าสีเงินผืนนั้น ตามข้าบุกเข้าไป แทงทะลวงกองกลางของมัน!”
เสียงดาบสองร้อยเล่มชักออกจากฝักพร้อมกัน ดังก้องกังวานอยู่ใต้กำแพงเมือง
ประตูเมืองค่อย ๆ เปิดออกเป็นช่องแคบ ๆ
เกาหยางหนีบสีข้างม้า ควบทะยานออกไปเป็นคนแรก
ทหารม้าสองร้อยนายตามหลังเขาไป เสียงกีบม้าดังกระหึ่มราวฟ้าร้องกึกก้องไปทั่วผืนดิน
