บทที่ 5 รับน้ำซุปจริง ๆ แล้ว
ตอนนี้เองเฉินฉีจึงสังเกตเห็นว่าในมือของซูหลิงซีมีถาดวางถ้วยน้ำซุปร้อน ๆ อยู่ด้วย
"น้องเล็ก เจ้าช่างใจดีเหลือเกิน"
แม้แต่เฉินฉีก็อดทอดถอนใจในความกตัญญูรู้คุณของนางมิได้
"ศิษย์พี่ใหญ่ชมเกินไปแล้ว" ซูหลิงซีเขินอายก้มหน้าลง แก้มแดงระเรื่อเผยเสน่ห์เย้ายวนพอเหมาะพอดี
ทว่าผู้มีจิตใจบริสุทธิ์อย่างเฉินฉีหาได้คิดสิ่งใดมากไม่ เขาพยักหน้าแล้วก้าวนำทางไป
ซูหลิงซีกำหมัดแน่น รู้สึกขัดเคืองใจที่เฉินฉีไม่รู้จักลีลาหญิง
แต่พอคิดถึงหยวนซูในผาไตร่ตรองตนเอง มุมปากนางก็ยกยิ้มอย่างลำพองใจ
อีนั่นโตแต่ตัวไม่ใช้สมอง จัดการง่ายนัก!
……
แสงทองอรุณสาดส่องจากช่องบนสุดของผาไตร่ตรองตนเองลงมากระทบกำแพงหิน ส่องให้ถ้ำหินอันสลัวรางพลันสว่างไสวขึ้นหลายส่วน
หยวนซูถูกซูหลินหยวนกดไว้บนกำแพงหินมาได้สองชั่วยามแล้ว
จนกระทั้งวสันต์ฤดีคลายอารมณ์อีกครา
เขาโอบกอดนาง ซุกหน้าลงแนบซอกคอนางอย่างลุ่มหลง สูดดมไออวลจากกายนางเข้าปอดลึก เพื่อกล่อมไอร้อนในโลหิตให้สงบลง
หยวนซูยื่นมือ ประคองคางเขาเบา ๆ มองใบหน้าที่เปล่งปลั่งโลหิตลมสมบูรณ์ของเขา แล้วนางก็แย้มยิ้ม
ผลไม้สราญรมย์นี่ของดีจริง ผู้สูญเสียพลังหยางแรกไปแล้วอย่างซูหลินหยวนหาได้ร่วงโรยถดถอยไม่ กลับยิ่งแข็งแกร่งกว่าก่อน
ช่วงแรกเขายังถามว่าจะปล่อยเขาเมื่อใด
แต่ครั้นลิ้มรสก็ต้องใจ ถึงกับลืมกินลืมนอนรังควานนางไม่หยุด
หากนางมิได้มีต้นไม้ทิพย์สราญรมย์ในกาย บ่มเพาะความอดทนแรงกล้าเหนือผู้ใดในเรื่องนี้ เกรงว่าคงมิอาจอยู่กับเขาไหว!
ซูหลินหยวนหลุบตาลง สายตาไล่ไปตามคิ้วคมหยักของหยวนซู ค่อย ๆ ทอดลงจรดริมฝีปากแดงระเรื่ออวบอิ่มของนาง
ไม่ลังเลเลยที่จะก้มลงดูดดอม
จูบล้ำลึก สับเปลี่ยนทุกลมหายใจและอารมณ์เสน่หา พันพัวอยู่นานถึงหนึ่งเค่อ
มือของซูหลินหยวนก็เริ่มซุกซนอีก
ครั้งนี้ หยวนซูหาได้ตามใจเขาเช่นก่อนไม่ แต่ออกแรงผลักเขาเบา ๆ
เมื่อเผชิญสายตาไม่เข้าใจของซูหลินหยวน นางยิ้มยั่วยวน "ศิษย์พี่หก ตอนนี้เจ้าลุกขึ้นสวมอาภรณ์เถิด บางทีอาจยังสวมใส่เรียบร้อยทันก่อนน้องเล็กเข้ามา"
"ช้ากว่านี้ เกรงจะไม่ทันการ"
ฟังความหมายในคำของหยวนซูแจ่มชัด สีหน้าซูหลินหยวนพลันเปลี่ยนไป
"วันใดแล้ว?"
"วันที่เจ็ดที่ข้าถูกกักในผาไตร่ตรองตนเอง"
"อะไรนะ เจ็ดวันแล้ว?"
สมองที่พร่ามัวของซูหลินหยวนก็พลันปลอดโปร่ง "ซูซู ศิษย์พี่ใหญ่คงจะมารับเจ้าด้วยตนเอง หากท่านเห็นเราสองเป็นเช่นนี้…"
"เร็วเข้า ช่วยข้าปลดโซ่ตรวนที!"
ซูหลินหยวนลนลานขึ้นมา
ก็เพราะหยวนซูยั่วยวนเกินไป พอแตะต้องนางก็ทำผู้คนลืมวันคืน!
ตอนมานำส่งหยวนซู ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยว่าจะมารับนางด้วยตนเอง!
หยวนซูมองดูท่าทางร้อนรนของเขา แล้วหัวเราะเย้ย
"โซ่ตรวนอะไร ก็เจ้าก้มดูเอาเองสิ"
ซูหลินหยวนชะงัก ก้มลงมอง จึงเพิ่งเห็นว่าโซ่ตรวนที่เคยล่ามมือทั้งสองของเขาไว้นั้น ปลดออกนานแล้ว และกลับไปคล้องที่ข้อมือของหยวนซู!
"ศิษย์พี่หก ช่วงแรกใช่ที่ข้าบังคับเจ้า แต่สองสามวันหลังนี่ เจ้าต่างหากที่รัดเอวข้าไม่ยอมปล่อย"
"โซ่นี่เปิดตั้งแต่วันที่ห้า"
หวานเยิ้มดังมนตร์เสน่หาแว่วข้างหู ซูหลินหยวนเบิกตากว้าง
เช่นนั้น ที่จริงเขาเป็นอิสระนานแล้ว เพียงแต่เขาไม่เคยคิดจะก้มลงดูเลย?
นอกถ้ำมีเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล
สีหน้าซูหลินหยวนเปลี่ยนไป รีบร้อนลุกขึ้นสวมอาภรณ์
เพิ่งแต่งเสร็จ สองคนนอกถ้ำก็ก้าวเข้ามาพอดี
"ศิษย์พี่หก ท่าน… เหตุใดอยู่ที่นี่?" เสียงแปลกใจของซูหลิงซีดังมาจากปากถ้ำ
ซูหลินหยวนเงยหน้าขึ้น ก็สบสายตาเคลือบแคลงของเฉินฉีและซูหลิงซี
สองวันมานี้ ซูหลิงซีเอาแต่เทียวไปมาระหว่างศิษย์พี่ทั้งหลายเพื่อสร้างความประทับใจ
นางก็เคยไปหาซูหลินหยวน
ทว่าหน้ารั้วถูกผนึกอาคมกำบังไว้ ไปหลายคราก็กลับไร้ผล
นางนึกว่าซูหลินหยวนเก็บตัวบำเพ็ญเพียร คิดไม่ถึงว่าจะพบเขาที่นี่
"อะแฮ่ม ข้า ข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ศิษย์น้องหยวนยอมรับผิด ไม่คิดว่าพวกเจ้าก็มาเช่นกัน"
ท่าทีซูหลินหยวนไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
ก็ใครที่เพิ่งเสพสุขอยู่หยก ๆ แล้วถูกบังคับให้แต่งตัวเรียบร้อยต้อนรับแขก จะปรับเปลี่ยนได้ทันใจ
ดีที่ทั้งสองคนตรงข้ามมิได้ระแวงสงสัยอันใด
ความสนใจของทั้งคู่ถูกหญิงสาวบนเตียงที่เอนกายพิงดึงดูดไปหมดสิ้น
ในผาไตร่ตรองตนเองมีเตียงงดงามเช่นนี้ด้วยหรือ?
ซูหลิงซีขมวดคิ้ว ไม่ได้คิดมาก ถ้วยน้ำซุปในมือก็ส่งให้หยวนซู
"ศิษย์พี่เจ็ด นี่คือน้ำซุปบำรุงที่ข้าตุ๋นให้พี่เป็นพิเศษ ใช้เวลาเป็นชั่วยาม สมกับที่พี่จะได้ออกจากผาไตร่ตรองตนเอง รีบดื่มเสียตั้งแต่ยังร้อนเถิด?"
นางยิ้มแย้มแจ่มใส พยายามควบคุมสีหน้าให้ดูอ่อนโยนเข้าใจผู้อื่น
จากที่นางรู้จักหยวนซู เมื่อเห็นนางหรือได้ยินคำว่า "ผาไตร่ตรองตนเอง" หยวนซูต้องโมโหเป็นไฟแน่นอน
เพียงนางโกรธจนคว่ำถ้วยน้ำซุป ก็จะทำให้ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่หกชิงชัง
นางก็จะได้ความสงสารของทั้งสองมา!
ครั้งต่อไปที่หยวนซูจะลงมือกับนางอีก ก็จะถูกไล่ออกจากยอดเขาเมฆครามได้!
ถึงตอนนั้น นางก็จะกลายเป็นน้องเล็กเพียงผู้เดียวของยอดเขาเมฆคราม ศิษย์พี่และอาจารย์ก็จะรักใคร่แต่นาง!
นางรู้แต่เด็กว่า ต้องแย่งชิง โชคลาภมิมีวันตกลงมาเอง!
ซูหลิงซีคิดบัญชีได้เสียงดัง
น่าเสียดาย ทุกสิ่งล้วนถูกหยวนซูรู้ทันหมดแล้ว
หยวนซูเงยหน้าขึ้น พิจารณาหญิงสาวที่เป็นตัวเอกในหนังสือนี้อย่างละเอียด
นางมีรูปโฉมงดงาม คิ้วตาดั่งภาพวาด ผิวขาวดั่งหิมะ เป็นรูปหน้าที่สวยน่ารักแบบทั่วไป
บวกกับนางแสร้งแสดงว่าบริสุทธิ์อ่อนโยน ก็จะดึงดูดสายตาบุรุษได้จริง ปลุกความอยากปกป้องขึ้นมา
ไม่แปลกที่ในเรื่องแนวยอดรักนี้ ผู้ชายมากมาย "คลั่งนาง หลงนาง เอาหัวชนกำแพงเพื่อนาง"!
หยวนซูยกยิ้ม จู่ ๆ ก็รับถ้วยน้ำซุปจากในมือนางไป
ซูหลิงซีเตรียมใจไว้แล้วว่าหยวนซูจะโมโห ไม่ทันตั้งตัว ถ้วยน้ำซุปก็ถูกยกไปเสียแล้ว
เงยหน้า เห็นปลายนิ้วมือเรียวงามดั่งท่อนหยกของหยวนซูคีบฝาถ้วยน้ำซุปออก…
"เดี๋ยวก่อน!"
ซูหลิงซีตกใจจนสะดุ้ง เกือบจะพุ่งเข้าไปแย่งถ้วยน้ำซุป แต่ถูกหยวนซูพลิกตัวหลบง่าย ๆ
"น้องเล็กทำอะไร น้ำซุปนี้ไม่ใช่ของข้าหรอกหรือ?"
ซูหลิงซีรู้สึกกระอักกระอ่วน "นี่ นี่น้ำซุป…"
"น้ำซุปนี้ก็คือน้องเล็กลงแรงตุ๋นเป็นชั่วยามมิใช่หรือ เช่นนั้นย่อมต้องรสกลมกล่อมเป็นเลิศ"
หยวนซูต่อประโยคให้
"น้ำใจน้องเล็ก ข้าในฐานะศิษย์พี่รับทราบแล้ว"
"เจ็ดวันในผาไตร่ตรองตนเองข้าอยู่สบายดี และได้ตระหนักถึงว่าพวกเราพี่น้องศิษย์ควรดูแลกันและกัน ดังนั้น น้ำซุปของน้องเล็กข้าขอรับไว้"
หยวนซูยิ้มแย้ม ท่าทางจริงใจ ถ้อยคำเต็มไปด้วยความหวังดี ราวกับเป็นศิษย์พี่ผู้แสนอ่อนโยนแท้
สีหน้าซูหลิงซีเปลี่ยนไป อยากพูดก็พูดไม่ออก มือที่กำชายเสื้อแน่นจนซีดขาว
เปิดฝาถ้วยน้ำซุปนี่ไม่ได้นะ!
นางคิดว่าหยวนซูเห็นนางต้องโมโห
จะคว่ำถ้วยน้ำซุปก็คงเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องให้น้ำซุปดีอะไร
นางก็แค่เทน้ำเปล่าใส่มา
ไม่คิดว่าหยวนซูไม่โวยวายคว่ำถ้วย แถมยังรับถ้วยน้ำซุปจากมือนางไปเสียนี่?
ตอนนี้ จะดื่มจริง ๆ แล้ว?