เสิ่นอี๋นำข้าวปั้นไข่ 200 ลูกที่เจียงเสี่ยวฉู่เพิ่งทำเสร็จขึ้นขายในร้าน ราคาลูกละ 20 เหรียญเอาชีวิตรอด
จากนั้นก็เก็บของที่รับซื้อไว้ในร้านออกมา
กระจกกันกระสุน ×4 เหล็กเส้น ×1 เมล็ดมะเขือเทศ ×1 ถุง
เสิ่นอี๋ดีใจ “ในที่สุดก็ได้เมล็ดพันธุ์ใหม่สักที!”
แต่ตอนนี้ไร่ปลูกเต็มไปด้วยถั่วลันเตา ต้องรออีกไม่กี่วันให้เก็บถั่วเสียก่อน ถึงจะมีที่ปลูกมะเขือเทศ
ในเมื่อฟ้ายังไม่มืด และอาหารเย็นก็ยังไม่เสร็จ
เธอจึงสตาร์ตรถ ออกเดินทางต่อไปข้างหน้า
ถ้าไปถึงสถานีได้ คืนนี้ก็จะได้นอนพักอย่างอุ่นใจที่สถานีอีกคืน
ตลอดทางไม่มีไฟจราจร ทั้งยังไม่มีรถคันอื่น เธอขับรถเร็วสุดตัว เปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มุ่งหน้าไปด้วยความเร็วคงที่
ก่อนฟ้ามืด เธอเดินทางไปได้อีก 40 กิโลเมตร แต่ระหว่างทางไม่เห็นกล่องสมบัติสักใบ และไม่เห็นแม้แต่เงาของสถานี
แสงตะวันอุ่นส่งข้อความมาบอกว่า กำลังพาเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ มาหา
เธอจึงต้องจอดรถเข้าข้างทาง ส่งพิกัดให้แสงตะวันอุ่น เตรียมจัดงานเลี้ยงกันที่นี่
เธอเก็บฟืนมาส่วนหนึ่ง แล้วก่อกองไฟบนถนนใกล้ ๆ รถ
ขณะที่ไฟกำลังลุกโชน แมวลายตัวน้อยก็กลับมาจากการสำรวจของสะสม พร้อมของที่หาได้หนึ่งชุด ได้แก่ เสื้อกันหนาวกันลมหนึ่งตัว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซอง อาหารแมวหนึ่งถุง และผ้าอ้อมหนึ่งห่อ
เสิ่นอี๋ให้อาหารแมวมันเล็กน้อย ก่อนจะเห็นแสงตะวันอุ่นกับพวกมาถึง
“พี่จูจิ่ว!”
สตรอว์เบอร์รี่น้อยเห็นเธอก็วิ่งเข้ามาทักทายอย่างดีใจ
เจียงเสี่ยวฉู่เรียกทุกคนให้ช่วยกันขนของ
แสงตะวันอุ่นกับไอ้ร้อยตันยกโต๊ะหนึ่งตัวกับเก้าอี้หลายตัวลงมาจากรถของเขา
สตรอว์เบอร์รี่น้อยช่วยยกอาหารขึ้นวางบนโต๊ะ
