แมวลายตัวน้อยหันกลับมา เดินไปคลอเคลียข้างเท้าของเสิ่นอี๋
“เมี้ยว... เจ้านาย ตามข้าน้อยมาเถิดค่ะ แม่งูอยากคุยกับคุณด้วยตัวเอง ถึงจะวางใจยกลูกงูให้คุณได้”
เสิ่นอี๋เงยหน้ามองงูเหลือมตัวนั้น เห็นมันค่อย ๆ ก้มศีรษะลง ราวกับกำลังรอให้เธอเข้าไปหา
เสิ่นอี๋หันกลับไปมองเพื่อนร่วมทีม แล้วมองหนีวหนีวที่กำลังเล่นอยู่บนเก้าอี้เด็ก ก่อนจะสั่งการอย่างสงบนิ่ง
“สตรอว์เบอร์รี่น้อย พวกคุณช่วยดูหนีวหนีวให้ดีนะ ฉันกับเสี่ยวฮวาจะเข้าไปดูสักหน่อย”
หลิงเฟิงร้องเรียกเธอไว้ “หัวหน้า! ระวังตัวด้วยนะครับ”
เสิ่นอี๋พยักหน้าให้เขา
“อาจิ่ว ให้ฉันไปเป็นเพื่อนพวกคุณไหม” แสงตะวันอุ่นถาม
“ให้ฉันไปเถอะ! ฉันหนังหนาเนื้อทน แถมยังมีพลังเยอะด้วย” ไอ้ร้อยตันก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูดขึ้น
เสิ่นอี๋ส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก พวกคุณอยู่ที่นี่แหละ ฉันกับเสี่ยวฮวาไปกันสองคนก็พอ”
ทุกคนยังคงไม่ค่อยวางใจ จึงเดินตามเธอไปอีกห้าหกเมตร ระยะที่พอมองส่งเธอค่อย ๆ เดินไปหางูเหลือมได้
เสิ่นอี๋เดินตามเสี่ยวฮวาไปจนถึงตรงหน้างูเหลือม
“ฟ่อ ๆ...”
งูเหลือมแลบลิ้นออกมา ค่อย ๆ ก้มศีรษะลงจนอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเสิ่นอี๋ ลิ้นสองแฉกสีดำแทบจะแตะใบหน้าเธออยู่แล้ว
เพื่อนร่วมทีมใจหายวาบ พากันร้องอุทานออกมา
“หัวหน้า!”
“อาจิ่ว!”
“พี่จูจิ่ว!”
หัวใจเสิ่นอี๋บีบรัด หนังศีรษะรู้สึกชาวาบเป็นระลอก เธอกำหมัดแน่น อดกลั้นความอยากหันหลังวิ่งหนีเอาไว้
“เมี้ยว เจ้านายอย่ากลัวนะ มีข้าน้อยอยู่ด้วย ไม่เป็นไรหรอก” เสียงในใจของแมวลายตัวน้อยดังขึ้น
เสิ่นอี๋ฝืนทำใจให้สงบ แล้วพูดช้า ๆ “คุณ... มีอะไรอยากคุยกับฉันหรือ”