“รุ่นพี่... ช่างบังเอิญจริง ๆ เลยค่ะ”
เมื่อเห็นโม่ซืออวี่ หม่าเสี่ยวซว่ายกับพวกที่อยู่ข้าง ๆ ก็สร่างเมาทันที ต่างคนต่างเดินเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น
ส่วนอู๋ตี๋มองไปที่เฉินฟานแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉินฟานเล่าสถานการณ์ให้ฟังคร่าว ๆ
เมื่อเข้าใจต้นสายปลายเหตุ อู๋ตี๋ก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาทันที
“เพื่อน ดูจากการแต่งตัว พวกคุณก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยหยุนไห่ใช่ไหม?”
“เป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องโกรธกันเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้หรอกนะ”
“งั้นฉันขอโทษแทนพวกเธอเอง ขอโทษด้วยนะ”
“นอกจากนี้ฉันจะซื้อเบียร์ให้พวกคุณต่างหากอีกหนึ่งลังเป็นการขอขมา เป็นไงบ้าง?”
พูดพลางอู๋ตี๋ก็ยกมือขึ้นเรียกพนักงานเสิร์ฟ
“น้องครับ ทางนี้ขอเบียร์เพิ่มอีกหนึ่งลัง...”
เชี่ย นี่แกเป็นใครวะ
ผู้ชายที่โมโหเมื่อกี้ผลักอู๋ตี๋จนเซถลา
ใครเปิดซิปกางเกงจนแกโผล่มาได้วะ
แล้วยังจะซื้อเบียร์ให้ฉันอีกหนึ่งลัง?
“คิดว่าฉันไม่มีตังค์หรือไง? ขาดเบียร์ลังนี้ของแกงั้นเหรอ?”
พรึ่บ ลัวเหวินเจี๋ยกับหม่าเสี่ยวซว่ายก้าวขึ้นมาข้างหน้าทันที ดูท่าทางพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ
แต่อู๋ตี๋กลับยื่นมือออกไปห้ามทั้งสองคนไว้
พลางยิ้มมองไปที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม
“เพื่อน รู้จักปล่อยวางบ้างเถอะ”
“ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนไม่สบายใจเพราะเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้เลยนะ”
ผู้ชายฝั่งตรงข้ามหัวเราะขึ้นจมูก
“แกคิดว่าแกเป็นใคร? เรื่องนี้เกี่ยวเหี้ยอะไรกับแก?”
“ไสหัวไป!”
อู๋ตี๋ยื่นมือไปชี้ที่ผู้หญิงสองคนข้าง ๆ
“พวกเธอเป็นเพื่อนของพวกเรา เรื่องของพวกเธอก็คือเรื่องของพวกเราด้วย”
“เพื่อน เอาเป็นว่า วันนี้แกคิดจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”
