บนถนนใหญ่ เฉินฟานคาบบุหรี่ไว้ในปาก มองดูคู่รักสุนัขตรงหน้าอย่างเนิบนาบ
กัวซ่วยไม่โดนต่อยเปล่า ๆ นอกจากจะได้คอนเฟิร์มความสัมพันธ์กับหลิวหลิงหลิงแล้ว ยังทำให้สาวเจ้ารู้สึกปวดใจแทบตาย เอาแต่ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่หยุด
ดูไอ้กัวซ่วยนั่นสิ มุมปากแทบจะฉีกไปถึงใบหูแล้ว
แถมยังร้องโอดโอยเป็นพัก ๆ ทีไรก็ทำให้หลิวหลิงหลิงลุ้นจนตัวโก่งทุกครั้ง
กัวซ่วยแสร้งทำเป็นเดินไม่สะดวก หลิวหลิงหลิงจะได้ประคองไหล่เขาไว้ พยุงเดินไปด้วยกัน
เฉินฟานมองภาพนั้นแล้วอดขำในใจไม่ได้
ไอ้เด็กบ้า เล่นละครได้แนบเนียนดีนี่
เมื่อกี้ยังตบอกปึงปังบอกว่าไม่เป็นไรอยู่เลย
ตอนนี้กลับไอโน่นโซเซนี่ ใครไม่รู้คงคิดว่าใกล้สิ้นลมแล้ว
“หลิงหลิง เธอวางใจเถอะ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ชาตินี้ฉันจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้”
กัวซ่วยเหมือนไม่เห็นเฉินฟานเลย ยังคงพูดคำหวานเลี่ยนฟันต่อไป
“ขอแค่คืนนี้เธอไม่เป็นไร ฉันบาดเจ็บหนักกว่านี้ก็คุ้ม”
หลิวหลิงหลิงตาแดงก่ำ ต่อว่าอย่างปวดใจ
“แกมันบ้าจริง ๆ เลยนะ”
กัวซ่วยทำหน้าหนักแน่น “ฉันไม่บ้าหรอก ฉันสู้ตายเพื่อเธอคนเดียว”
มองดูหลิวหลิงหลิงที่สมองกำลังมีความรักเต็มเปี่ยม ซบลงบนอกของกัวซ่วยเบา ๆ
ส่วนแขนข้างหนึ่งของกัวซ่วยก็อดไม่ไหวที่จะโอบเอวบางของอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ
เฉินฟานต้องถอนหายใจชมเชยหนึ่งประโยค
นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ
คิดไม่ถึงว่าไอ้กัวซ่วยนี่เรียนหนังสือไม่เอาไหน แต่เรื่องจีบสาวนี่รู้เองเป็นเอง ได้สืบทอดวิชาจากเขาไปหกส่วน
