เทพอสูรกลางแท่นบูชา ใบหน้าดุดัน ดวงตาคู่คมกริบกำลังจ้องมองเขาอยู่ ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ดูเหมือนดวงตาคู่นี้ก็ยังจ้องเขาอยู่ดี
ฝึกตนเป็นมาร?
มีเสียงหนึ่งสะกิดใจให้เข้าไปสู่หนทางนั้น
ถ้าเช่นนั้นก็ฝึกเป็นมาร!
หากวิถีเซียนไม่ยอมรับ จะฝึกเป็นมารแล้วอย่างไร?
ในเมื่อเบื้องหน้าไร้หนทาง!
ก็ใช้กำลังฟันฝ่าออกมา!
ไม่ลังเลนานนัก เพียงไม่กี่อึดใจ ใจเขาก็ตั้งมั่น!
ร่างสั่นเทาลุกขึ้นยืน หยิบขวานที่หักมาทำเป็นของสังเวย วางไว้หน้าแท่นบูชา จากนั้นประนมมือทั้งสอง เริ่มสวดอ้อนวอนต่อราชันย์อสูรอย่างเคารพ
ในความว่างเปล่า เสียงมารสวรรค์ที่เหมือนมีเหมือนไม่มีดังแว่วขึ้น…
มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน
“…มหามรรควิถีแห่งฟ้าดิน มีสละจึงมีได้…ไร้เทพ ไร้มาร ไร้เซียน ไร้สามัญ…ภายใต้มหามรรคาล้วนเป็นเพียงสุนัขฟาง…ไร้รัก ไร้ธรรม ไร้ตัวตน ไร้ซึ่งเรา…ฟ้าส่งเข็ญ ดวงดาราเปลี่ยนที่…ดินส่งเข็ญ มังกรอสรพิษผงาด…คนส่งเข็ญ ฟ้าดินพลิกคว่ำ…”
คลื่นเสียงมารนับไม่ถ้วนไหลเข้ากระทบโสต
จางผิงอันค่อย ๆ ล่องลอยหลงไปกับมนต์สะกดนั้น ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้เลย เข้าสู่ห้วงภวังค์เลือนรางในชั่วพริบตา ไร้ความรู้สึกและจิตสำนึก
ติ๊ง!
เสียงใสกังวานหนึ่งดังขึ้น เขาสะดุ้งตื่นทันที
ก้มลงดู แท่นบูชากลับกลายเป็นกล่องเล็ก ๆ ไม่สะดุดตาอีกครั้ง
ขวานหักหายไปแล้ว!
เบื้องหน้าตนเอง มีขวานอสูรคมวาววับเล่มหนึ่งตั้งอยู่ ด้ามสีดำ แผ่นขวานเปี่ยมเสน่ห์แห่งอสูร
งดงามแท้!
เพียงแต่สว่างจ้าเกินไป แยงตาจนพร่า
นี่…คือการสังเวยหรือ?
ราชันย์อสูรใจกว้างเกินไปแล้วกระมัง? ตนเองแค่สังเวยขวานหักเล่มเดียว ถึงกับประทานอาวุธเทพระดับนี้มาให้?