“คุณปู่”
โจวเนี่ยนเอ่ยขึ้นราวกับไม่ได้ตั้งใจ
“ต่อไปตระกูลโจวก็จะกลายเป็นตระกูลใหญ่ที่มีคนจับตามองมากมาย ตระกูลใหญ่ให้ความสำคัญกับธรรมเนียมและชื่อเสียงของตระกูลมากที่สุด……”
เมื่อพูดถึงคำว่า “ชื่อเสียงของตระกูล” เธอก็เว้นจังหวะเบา ๆ ราวกับรอให้คำนั้นเข้าหูทุกคนก่อน แล้วจึงพูดต่อ
คิ้วของโจวเว่ยกั๋วที่เพิ่งคลายลงขมวดเข้าหากันอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ราวกับสัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่า
สิ่งที่หลานสาวตรงหน้ากำลังจะพูดต่อไป คงไม่ใช่แค่พูดขึ้นมาลอย ๆ เหมือนตอนแรกแน่
เป็นอย่างที่คิด สายตาของโจวเนี่ยนกวาดผ่านโจวมิงไห่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดต่ออย่างมีนัยแฝง
“พ่อกับแม่ยังจัดการเรื่องหย่าไม่เรียบร้อย ภายในหนึ่งเดือนนี้ คุณปู่ช่วยคุมพ่อไว้หน่อยนะคะ อย่าให้เขาติดต่อกับทางนั้น จะได้ไม่กระทบกับโชคชะตาและฮวงจุ้ยของตระกูลโจว ตอนนี้ตระกูลโจวกำลังรุ่งเรืองที่สุด อย่าให้เรื่องเล็กทำเสียเรื่องใหญ่เลยค่ะ”
พูดจบ เธอก็ยิ้มให้โจวมิงไห่อีกครั้ง น้ำเสียงคล้ายกำลังปลอบเด็กที่ทำผิด
“พอครบหนึ่งเดือนแล้วได้สมุดทะเบียนหย่า พ่อก็จะกลายเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม ถึงตอนนั้นพ่อจะทำอะไร ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อตระกูลโจวแล้วค่ะ”
คำพูดทั้งชุดมีเหตุมีผล รอบคอบไร้ช่องโหว่
โจวเว่ยกั๋วฟังแล้วพยักหน้ารัว ๆ ขอบตาเริ่มแดงชื้น ราวกับซาบซึ้งที่หลานสาวอายุยังน้อยแต่รู้จักคิดถึงภาพรวมและคำนึงถึงตระกูลโจว เขาอดเอ่ยชมไม่หยุดไม่ได้
