หนึ่งปีต่อมา โลกบำเพ็ญเซียนทางตะวันออก สำนักฉื่อลิง
สำนักแห่งนี้มีผู้บำเพ็ญขั้นรากฐานห้าคนคอยคุ้มครอง มีศิษย์นับพัน แม้ในแคว้นเล็ก ๆ ก็ยังนับเป็นขุมกำลังไม่ธรรมดา
นอกหอถ่ายทอดวิชา ชายชุดเทาผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก อ่านเคล็ดวิชาขั้นกลั่นปราณอย่างสบายอารมณ์
ข้างกายเขามีวัวดำตัวหนึ่งหมอบอยู่ มันเคี้ยวเมล็ดแตงไปพลาง อ่านตำราตำราพลังไปพลาง
ขณะนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เขามีแววเคารพนอบน้อมในดวงตา ประสานมือกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ศิษย์มาขอเลือกเคล็ดวิชา”
“มีหลักฐานยืนยันหรือไม่” ชายชุดเทาถามส่ง ๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ในตำรา
“ขอผู้อาวุโสโปรดตรวจดู” ชายหนุ่มยื่นแผ่นหยกชิ้นหนึ่งให้ด้วยสองมือ
“อืม ไม่มีปัญหา เข้าไปเถิด”
ชายชุดเทาเหลือบตามอง “ทำตามกฎก็พอ”
“ขอรับ ผู้อาวุโส”
ชายหนุ่มยินดี รีบมุ่งหน้าเข้าไปในหอถ่ายทอดวิชา
ทว่าในตอนเดินผ่าน เขากลับอดเหลือบมองวัวดำที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ ในใจรู้สึกหวั่น ๆ อยู่บ้าง
เขาเข้าสำนักมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยเห็นผู้อาวุโสท่านนี้มาก่อน ดูลึกลับยิ่งนัก แม้แต่คนในสำนักก็ไม่มีใครรู้ที่มาของทั้งสอง
รู้เพียงว่าคล้ายจะเป็นสหายของเจ้าสำนัก จึงมาช่วยเฝ้าสถานที่สำคัญที่สุดของสำนัก
นอกหอถ่ายทอดวิชา ขุนเขาเขียวขจีโอบล้อม สายน้ำใสสะอาดไหลผ่าน
ชายชุดเทายิ้มบาง ๆ แล้วมองวัวดำตัวใหญ่บนพื้น “วัวเฒ่า ดูท่าพวกเรายังเรียนรู้ได้ไม่ถึงแก่นแท้”
“มอ~” วัวดำตัวใหญ่เงยหน้า ดวงตาฉายแววรังเกียจ ตอนนั้นพี่ใหญ่แสร้งทำเกินไปจริง ๆ
ชายชุดเทาพลันหัวเราะเสียงดัง แววตาเจือความกระอักกระอ่วน คนผู้นี้ก็คือเฉินสวิน
คราวที่พวกเขาจากภูเขาจิ่วกงไปนั้น ทำเอาเอิกเกริกเสียใหญ่โต ทั้งยังฝืนเหาะขึ้นฟ้า แต่พอทะยานขึ้นไปได้ไม่นาน พลังห้าธาตุก็แทบหมดสิ้น
