วัวดำตัวใหญ่เหลือบมองเฉินสวิน ก่อนจะหันไปมองสิงโตโบราณเพลิงชาด แล้วกะพริบตาสองครั้ง
สิงโตโบราณเพลิงชาดนิ่งเงียบไปหลังได้ฟัง เปลวไฟรอบกายยังคงเต้นระริกแผ่วเบา สีหน้าของมันค่อย ๆ สงบลง
คืนนั้น สายฝนสีเทาโหมกระหน่ำทั่วที่ราบ ค่ำคืนอันเศร้าสร้อยหนาวเหน็บถึงกระดูก ผู้คนในเผ่าของมันต่างล้มลงจมกองเลือดทีละคน แทบไม่มีใครรอดชีวิต
ความโดดเดี่ยวและเงามืดที่ยาวนานนับพันปีพลันก่อระลอกคลื่นขึ้นในใจ แผ่ขยายออกไปไม่หยุดยั้งจนไม่อาจควบคุม ทำให้มันเลิกคาดหวังถึงสิ่งงดงามใด ๆ เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด
มันจำได้ว่าเมื่อตอนยังเด็ก ยามดึกสงัดมักแอบไปกินซากเน่า แม้จะมีเรื่องคับข้องใจเพียงใด ก็ไม่อยากไปรบกวนเผ่าอื่น
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะฝืนอ้าปากอย่างยากลำบาก “ผู้อาวุโส...”
“สิงโต ไม่ลองมาอยู่กับพวกเราดูหรือ ข้ากับเจ้าวัวเฒ่าก็ไม่เคยเห็นโลกกว้างเหมือนกัน”
เฉินสวินเอ่ยขัด วางมือลงบนตัววัวดำตัวใหญ่ “พวกเราก็ไม่ชอบการต่อสู้ ชอบออกไปเที่ยวดูโน่นดูนี่มากกว่า รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย”
“ผู้อาวุโส ท่านคิดจะ...รับข้าไปเป็นพาหนะหรือ?!”
ใจของสิงโตโบราณเพลิงชาดดิ่งวูบ ความหวังอันงดงามริบหรี่เพียงหนึ่งเดียวในใจพลันแตกสลาย เมื่อลองคิดดูดี ๆ มันก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากเป็นพาหนะหรือถูกกิน
เฉินสวินยังไม่ทันเอ่ยปาก แววตาของมันก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ ความจริงใจริบหรี่เสี้ยวสุดท้ายในดวงตาถูกกลบมิด “ผู้อาวุโส หากท่านประสงค์ ข้าน้อยย่อมขัดขืนมิได้ ยินดีเป็นพาหนะให้ท่าน”
