“เจ้าเป็นอะไรไป?”
“ผู้อาวุโสทั้งสอง...พลังเวทช่างลึกล้ำ...ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก”
สิงโตชีกู่เพลิงเอ่ยเสียงสั่น ในดวงตายังมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ “ผู้อาวุโส ข้าน้อยรู้ผิดแล้ว ขอท่านโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยสักครั้ง”
หางยาวของมันหนีบแน่นจนแทบชิดก้น เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวจริง ๆ ไม่กล้าคิดเป็นอื่นอีก ทั้งยังมองไม่ออกเลยว่าคนกับวัวคู่นี้มีขอบเขตบำเพ็ญเพียรสูงส่งเพียงใด
“มอ~~~” วัวดำตัวใหญ่ยิ้มอย่างซื่อ ๆ แล้วยื่นกีบออกไปตบมันเบา ๆ
“เอาละ ไม่ต้องแสร้งแล้ว”
“มอ?!”
วัวดำตัวใหญ่สะดุ้ง สัตว์วิญญาณตนนี้แสร้งทำเป็นหวาดกลัวหรือนี่? มันเกือบเชื่อสนิท คิดว่าอีกฝ่ายยอมจำนนเพราะถูกพวกเขาทุบตีเสียแล้ว
“ผู้อาวุโส!!!”
สิงโตชีกู่เพลิงร้องลั่น ก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้น น้ำตาน้ำมูกไหลพราก “ขอร้องละท่าน โปรดปล่อยข้าไปเถิด”
“พวกเราเคยบอกหรือว่าจะเอาชีวิตเจ้า?”
“มอ?”
“หา?”
หัวใจของสิงโตชีกู่เพลิงกระตุก ดวงตากลอกไปมาอีกครั้ง ตามตำนานในที่ราบใหญ่เทียนต้วน ผู้บำเพ็ญมนุษย์ล้วนเจ้าเล่ห์เพทุบาย เชื่อถือไม่ได้เด็ดขาด
คงคิดจับมันไปเป็นพาหนะ ไม่ก็เอาไปเพาะเลี้ยงเป็นลูกหลานอะไรสักอย่าง แล้วสูบเลือดหลอมกระดูก ชะตากรรมคงไม่พ้นความตาย
สายพันธุ์สัตว์วิญญาณมากมายในที่ราบใหญ่เทียนต้วนถูกมนุษย์กวาดล้างจนสิ้น มันเห็นมามากเกินไป จึงไม่เคยไว้ใจมนุษย์จากใจจริง
“พวกเราผ่านมาทางนี้ เห็นเจ้าถูกสัตว์วิญญาณขั้นแก่นทองไล่ล่า เลยรู้สึกว่าน่าสนใจอยู่บ้าง”
เฉินสวินพูดพลางหัวเราะลั่น จากนั้นก็นั่งลงกับพื้น “เจ้าเป็นอะไรไปกันแน่? อยู่ขั้นหยวนอิงแล้ว ยังต้องกลัวขั้นแก่นทองอีกหรือ?”
