หึ่ง—
หึ่ง—
เรือเหาะยักษ์ลำหนึ่งแล่นผ่านเหนือทะเลเมฆบนที่ราบใหญ่เทียนต้วน รวดเร็วดุจเคลื่อนย้ายพริบตา
ปราณห้าธาตุอันไพศาลระหว่างฟ้าดินหลั่งไหลมารวมกันอย่างไม่ขาดสาย แม้แต่เรือเหาะยังมีทีท่าว่าจะเร่งความเร็วขึ้นอีก
เฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่ยืนอยู่ท้ายเรือเคียงข้างต้นกระเรียนวิญญาณห้าธาตุ สายตาของทั้งคู่ยังคงทอดมองไปยังบ้านเกิดอยู่นาน
ผู้คนมากมายมาส่งพวกเขา การบำเพ็ญเซียนมานับพันปีก็นับว่าไม่สูญเปล่า พวกเขาไม่เคยเดียวดายเลย
“วัวเฒ่า...”
“มอ?”
“ต่อไปพวกเราต้องได้กลับมาอีกแน่ ใช่ไหม”
“มอ!”
วัวดำตัวใหญ่พยักหน้าแรง ๆ เอาหัววัวแนบกับร่างเฉินสวิน บัดนี้เหลือเพียงพวกเขาอีกแล้ว
เฉินสวินยิ้มบาง ๆ แล้วค่อย ๆ หันกลับมา สายตามุ่งไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่
วัวดำตัวใหญ่พ่นลมหายใจออกทางจมูก ดวงตาค่อย ๆ เปี่ยมความมุ่งมั่น ก่อนหันกายตามไป
หนทางเบื้องหน้านั้นแสนไกล อนาคตยังยากหยั่งรู้
เฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่เข้าไปในหอคอยเพื่อเริ่มบำเพ็ญ เรือเหาะถูกค่ายกลควบคุมให้แล่นไปเอง ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด
เฉินสวินยังปรับปรุงตำรายาโอสถโบราณซ่างชิงให้กลายเป็นโอสถโบราณซ่างชิงลวดลายห้าธาตุ เพื่อช่วยพวกเขาทะลวงจุดลมปราณ!
เฉินสวินรู้สึกเลือนรางว่า ในภายหน้าอาจมีจุดลมปราณฟ้า ปฐพี และมนุษย์รวมสามร้อยหกสิบจุด ก่อเกิดวงจรใหญ่ทั่วร่าง จากนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง บางทีอาจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
บัดนี้พวกเขาไม่ต้องฝืนบำเพ็ญจนเหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป ปราณห้าธาตุชำระล้างร่างกายของพวกเขาอยู่ทุกวัน
แต่เฉินสวินกลับเห็นว่ารากวิญญาณห้าสายมิได้อ่อนด้อยเลย ตรงกันข้าม มันแข็งแกร่งยิ่ง หากไร้รากวิญญาณนี้ ทุกสิ่งที่พวกเขาทำมาก็คงเป็นเพียงวาจาเปล่า
