ระหว่างทางไปยังถ้ำพำนัก เฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่กำลังส่งเสียงสื่อสารผ่านจิต
「เจ้าวัวเฒ่า ค่ายกลของหุบเขาฟังหิมะเป็นอย่างไรบ้าง」
「มอ~」
「หลังศึกษาแล้ว น่าจะจัดการได้ภายในไม่กี่ลมหายใจ」
「มอ มอ~」
「เข้าใจแล้ว」
เฉินสวินเผยรอยยิ้ม หิมะผลึกใสหลายเกล็ดค่อย ๆ ร่วงจากฟากฟ้าลงบนร่าง
ดวงตาของเขาค่อย ๆ ลึกล้ำจนมิอาจหยั่งถึง ทั้งยังแผ่ประกายคมกริบแผ่วเบา ดุจสระมรกตอันเงียบสงบ ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกจะทำให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นในดวงตาคู่นั้นได้อีก
วัวดำตัวใหญ่เหลือบมองเฉินสวินอย่างเงียบเชียบ ประกายเจิดจ้าพาดผ่านแววตาเหม่อลอย มุมปากวัวค่อย ๆ ยกขึ้น
เจียงเสวี่ยเฉินเดินนำอยู่เบื้องหน้า ไม่รู้เพราะเหตุใดจู่ ๆ หัวใจก็ไหววูบ นางหันกลับมามองเฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่
ทั้งคู่ยังคงยิ้มแย้มสดใส หยอกล้อกันเป็นครั้งคราว ดูไร้เล่ห์เหลี่ยมและไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้คนและสัตว์...
「ผู้อาวุโสทั้งสอง ถ้ำพำนักแห่งนี้เพิ่งเปิดขึ้นได้ไม่นาน แต่จัดวางค่ายกลรวมพลังวิญญาณไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นสถานที่ที่เตรียมไว้ให้พวกท่านโดยเฉพาะ」
เจียงเสวี่ยเฉินฝืนยิ้มเล็กน้อย นางยังเชื่อคำทำนายในคืนนั้นอยู่ไม่น้อย 「หากต้องการสิ่งใดสำหรับบำเพ็ญเพียร เสวี่ยเฉินจะจัดหาให้เอง」
「ดี」เฉินสวินพยักหน้าพร้อมยิ้ม
「มอ~」วัวดำตัวใหญ่ดีดขาหลังขึ้นอย่างร่าเริง หิมะขาวฟุ้งกระจายขึ้นสูง
เจียงเสวี่ยเฉินหันกลับไปแล้วออกเดินต่อ ทว่าในใจกลับยิ่งรู้สึกกระวนกระวาย สองผู้อาวุโสนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกแน่
หนึ่งก้านธูปต่อมา
ครืนครั่น!
ใต้ธารน้ำตกที่ดูราวกับไหลลงมาจากฟากฟ้า ณ หุบเขาฟังหิมะ เฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่ยืนตะลึงมองภาพตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย นี่ช่างเป็นผลงานอันน่าอัศจรรย์ของฟ้าดินโดยแท้
